Thailand Web Stat Truehits.net
Image Alternative text
การต่อสัญญาณ 4-20mA แบบ 2 สาย, 4-20mA แบบ 3 สาย , 4-20mA แบบ 4 สาย

     วันนี้เราจะมาแนะนําการต่อสัญญาณอนาลอก 4-20mA แบบ 2 สาย 3 สาย และ 4 สาย ซึ่งเรื่องนี้ยังมีหลายคนที่ยังสับสนอยู่ว่า สัญญาณ 4-20mA แต่ละแบบควรต่อแบบไหนถึงจะถูกต้องและใช้งานได้ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องมือวัดและเซ็นเซอร์ที่มีสัญญาณอนาลอกเอาต์พุต 4-20 mA ในงานอุตสาหกรรมจํานวนมาก จึงมีการกําหนดสัญญาณอนาลอกมาตรฐาน 4-20mA เป็น 3 แบบ ตามมาตรฐาน ANSI/ISA-S 50.1-1982 (International Society of Automation) ดังนี้ 1. การต่อสัญญาณ 4-20mA (Pressure Transmitter) แบบ 2 สาย (4-20mA 2-Wire) ตัวอย่างวงจรการต่อสัญญาณ 4-20mA แบบ 2 สาย Pressure Transmitter ร่วมกับ Indicator (Supply แยก)   ตัวอย่างวงจรการต่อสัญญาณ 4-20mA แบบ 2 สาย Pressure Transmitter ร่วมกับ Indicator (Supply ร่วมภายในตัว Indicator)   2. การต่อสัญญาณ 4-20mA (Humidity Transmitter) แบบ 3 สาย (4-20mA 3-Wire) ตัวอย่างวงจรการต่อสัญญาณ 4-20mA แบบ 3 สาย Humidity Transmitter ร่วมกับ Indicator (Supply แยก)   ตัวอย่างวงจรการต่อสัญญาณ 4-20mA แบบ 3 สาย Humidity Transmitter ร่วมกับ Indicator (Supply ร่วมภายในตัว Indicator)   3. การต่อสัญญาณ 4-20mA (Non-Contact Thermometer) แบบ 4 สาย (4-20mA 4-Wire) ตัวอย่างวงจรการต่อสัญญาณ 4-20mA แบบ 4 สาย Non-Contact Thermometer ร่วมกับ Indicator (Supply แยก)   ตัวอย่างวงจรการต่อสัญญาณ 4-20mA แบบ 4 สาย Non-Contact Thermometer ร่วมกับ Indicator (Supply ร่วมภายในตัว Indicator) Note : การต่อสัญญาณอนาลอก 4-20mA แบบ 2 สาย แบบ 3 สาย และแบบ 4 สาย นี้ ขึ้นอยู่กับสัญญาณเอาต์พุต (Signal Output) ของอุปกรณ์เครื่องมือวัดหรือเซนเซอร์ที่นํามาใช้งาน

Image Alternative text
แอร์ตู้คอนโทรลดียังไง ทำไมต้องติดตั้งแอร์ตู้คอนโทรล (Air Conditioner for Control Boxes)

     ปัจจุบันสภาพสิ่งแวดล้อมภายในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีทั้งมลพิษทางอากาศ และอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มีฝุ่นละออง ความชื้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะต้องมีการควบคุม ภายในระบบบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตคือ ตู้คอนโทรลไฟฟ้า ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ภายในตู้คอนโทรลเกิดความร้อนสะสม ทำให้อายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์สั้นลงและทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องจักร ทำให้เครื่องจักรเกิดการขัดข้อง หรือเกิดความผิดพลาด (Error) ในกระบวนการผลิตของระบบอุตสาหกรรม      ดังนั้นจึงมีการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยระบายอากาศในตู้คอนโทรล เช่น พัดลมระบายอากาศในตู้คอนโทรล ซึ่งการติดตั้งพัดลมระบายอากาศในตู้คอนโทรลนี้ เป็นการระบายเพื่อให้อากาศหมุนเวียนให้ดียิ่งขึ้น แต่ก็จะต้องมีการติดตั้งแผ่นกรองฝุ่นเพิ่มขึ้น เพื่อลดปริมาณฝุ่น และหากในสภาพแวดล้อมภายนอกตู้คอนโทรลมีฝุ่นและความร้อนมากขึ้น การติดตั้งพัดลมระบายอากาศอาจจะไม่เพียงพอต่อการระบายความร้อนให้อุปกรณ์หรือ Load ภายในตู้คอนโทรลได้      เราจึงแนะนำวิธีที่เหมาะสมและดีที่สุดในการควบคุมฝุ่นละออง ความชื้น และรักษาอุณหภูมิภายในตู้คอนโทรล โดยการเลือกวิธีการติดตั้งแอร์รักษาอุณหภูมิในตู้คอนโทรล (Air Conditioner for Control Boxes) ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ได้มากว่าการใช้พัดลมระบายอากาศเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นการรักษาอุณหภูมิภายในตู้ให้คงที่และช่วยลดปัญหาเรื่องของอุณหภูมิ ความชื้น และฝุ่นละออง ทำให้ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บอร์ดอิเล็กทรอนิกส์, PLC, Inverter ภายในตู้คอนโทรล เป็นต้น      ก่อนอื่นเราจะมาทำความรู้จักกับโครงสร้างและการทำงานของส่วนต่าง ๆ ในระบบแอร์ตู้คอนโทรล (Air Conditioner for Control Boxes) เพื่อเข้าใจในระบบการรักษาอุณหภูมิในตู้คอนโทรล (ดังรูป) รูปแสดงโครงการและการทำงานของส่วนต่าง ๆ ในแอร์ติดตู้คอนโทรล (Air Conditioner for Control Boxes)        ทำความรู้จักกับโครงสร้างและการทำงานในส่วนต่างๆ ของแอร์ตู้คอนโทรลกันไปเรียบร้อยแล้ว เรามาดูวิธีการติดตั้งแอร์ตู้คอนโทรลแบบติดตั้งด้านข้าง และ แอร์ตู้คอนโทรลแบบติดตั้งด้านบน ดังนี้     1. ลักษณะการติดตั้งแอร์ตู้คอนโทรลแบบด้านข้าง (Wall Type) การติดตั้งแอร์ตู้คอนโทรลแบบด้านข้างตู้ PE-1000, PE-2700, PE-7000, PEV-4000, PE-1000 SUS, PE-2700 SUS, PE-7000 SUS, PEV-4000 SUS   ลักษณะการติดตั้งสำหรับตู้คอนโทรล (Air Conditioner for Control Boxes)        การติดตั้งแอร์ตู้คอนโทรลแบบด้านข้างนี้หากมีพื้นที่ที่กำจัดหรือขนาดตู้ไม่เหมาะสมกับขนาดตัวแอร์ที่เลือกใช้งาน จะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการติดตั้ง เช่น การเจาะท่อส่งลมเพื่อให้มีช่องดูดลมร้อนและลมเย็นเข้าภายในตู้ (ดังรูป)          สำหรับงานแอร์ตู้คอนโทรลที่ติดตั้งแบบภายนอกอาคาร (Outdoor) ควรมีหลังคา (Cover) เป็นอุปกรณ์เสริมเนื่องจากป้องกันน้ำเข้า (ดังรูป) ลักษณะการติดตั้งสำหรับตู้คอนโทรลภายนอกอาคาร ( Air Conditioner for Control Boxes for Outdoor)   2. ลักษณะการติดตั้งแอร์ตู้คอนโทรลแบบด้านบนหลังคาตู้ (Top Type) การติดตั้งแอร์ตู้คอนโทรลแบบด้านบนหลังคาตู้ PE-4000, PE-4000 SUS   ลักษณะการติดตั้งสำหรับตู้คอนโทรล (Air Conditioner for Control Boxes)        การติดตั้งแอร์ตู้คอนโทรลแบบด้านบนหลังคาตู้นี้ ควรเลือกโครงสร้างภายในที่มีระบบป้องกันน้ำล้น (Daining) เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมเข้าภายในตู้คอนโทรล ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ภายในตู้คอนโทรลเสียหายได้        ข้อแนะนำ : ในการเลือกการติดตั้งแอร์ตู้คอนโทรล (Air Conditioner for Control Boxes) ให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับการใช้งาน โดยพิจารณาจากปัจจัยเบื้องต้น เช่น อุณหภูมิที่เหมาะสมในการปรับใช้งาน (28-30 ํC) , พื้นที่สภาพแวดล้อม โหลดในตู้คอนโทรลและขนาดของตู้คอนโทรล รวมไปถึง Material ที่ผู้ใช้งานควรพิจารณาในลักษณะการใช้งานที่แตกต่าง เช่น Body Galvanized เหมาะสำหรับการติดตั้งภายในอาคาร (Indoor) และ Body Stianless เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรมอาหาร, ยา และงานที่มีเคมี สารกัดกร่อน ที่ติดตั้งภายนอกอาคารได้ (Outdoor) เนื่องจากไม่ทำให้เกิดสนิม

Image Alternative text
ลดปัญหาเรื่องความร้อนและฝุ่นละอองในตู้คอนโทรลด้วยพัดลมตู้คอนโทรลพร้อมแผ่นกรองฝุ่น

     ปัญหาเรื่องความร้อนและฝุ่นละอองในตู้คอนโทรลนี้ ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในตู้คอนโทรลเราเป็นอย่างมาก ทั้งทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ภายในตู้คอนโทรลมีอายุการใช้งานน้อยลง และบางครั้งฝุ่นละอองที่เข้าไปเกาะบริเวณอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใต้ตู้คอนโทรลทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดี ส่งผลให้เครื่องจักรขัดข้องหยุดการทำงานและกระทบต่อไลน์ผลิตไม่สามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่อง เกิดความเสียหายได้      เราสามารถลดปัญหานี้ได้ด้วย พัดลมติดตู้คอนโทรลพร้อมแผ่นกรองฝุ่น (Cabinet Filter Fans) แต่พัดลมตู้คอนโทรลนั้นมีให้เลือกหลากหลายแบบ วันนี้เราจะมาแนะนำการเลือก พัดลมตู้คอนโทรล ว่ามีแบบใดบ้างและเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับงาน   1. พัดลมติดตู้คอนโทรลพร้อมแผ่นกรองฝุ่น (Cabinet Filter Fans) แบบติดตั้งด้านข้างและด้านหน้าของตู้   รูป 1.1 แสดงการติดตั้งพัดลม 2 ตัว ทั้งแบบดูดลมเข้าตู้ (ติดตั้งด้านล่าง) และเป่าลมออกจากตู้ (ติดตั้งด้านบน) เพื่อช่วยระบายความร้อนให้ดียิ่งขึ้น        พัดลมติดตู้คอนโทรลแบบติดตั้งด้านข้างนี้จะช่วยให้เราลดปัญหาเรื่องความร้อนและฝุ่นละอองภายในตู้ได้ดีเพราะเป็นพัดลมที่มาพร้อมกับแผ่นกรองฝุ่น อีกทั้งเรายังสามารถเลือกทิศทางลมได้ทั้งแบบดูดลมเข้าและเป่าลมออก ลักษณะงานที่ต้องใช้ทั้งแบบดูดลมเข้าและเป่าลมออกนี้จะนำมาใช้งานในลักษณะงานดังนี้ คือ แบบติดตั้งพัดลมทั้งสองด้าน โดยด้านหนึ่งเลือกพัดลมแบบดูดลมเข้าตู้ติดตั้งไว้บริเวณด้านล่าง และอีกด้านหนึ่งเลือกพัดลมแบบเป่าลมออกจากตู้ติดตั้งไว้บริเวณด้านบน เพื่อช่วยให้ระบายความร้อนภายในตู้คอนโทรลให้ดียิ่งขึ้นและมีแรงลมมากกว่าปกติที่ติดตั้งเพียงแค่ 1 ตัว   รูป 1.2 แสดงการติดตั้งพัดลม 1 ตัว (ติดตั้งด้านบน) และติดตั้งหน้ากากพร้อมแผ่นกรองฝุ่น (ติดตั้งด้านล่าง)        ติดตั้งพัดลมด้านบนเพียงด้านเดียวและด้านล่างอีกด้านหนึ่ง ติดตั้งหน้ากากพร้อมแผ่นกรองฝุ่นเท่านั้น ส่วนการเลือกพัดลมตู้คอนโทรลพร้อมแผ่นกรองฝุ่นนั้น ควรเลือกที่รูปร่างสวยงามเหมาะกับตู้คอนโทรลของเรา และเลือกแบบที่สามารถเปลี่ยนแผ่นกรองฝุ่นได้ง่าย เราควรทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่นเป็นประจำอย่างน้อย  1 ครั้งต่อสัปดาห์ และหากพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองมากอาจจะเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่นเป็น 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็จะยิ่งดีมากขึ้น   2. พัดลมติดตู้คอนโทรลแบบติดตั้งด้านบนหรือพัดลมติดหลังคาตู้  (Exhaust Radial Fans,Roof Fans)   รูป 2.1 แสดงการติดตั้งพัดลมหลังคาตู้ไว้ด้านบน และติดตั้งหน้ากากพร้อมแผ่นกรองไว้บริเวณด้านล่าง        พัดลมติดตู้คอนโทรลแบบติดตั้งด้านบนนี้ (Exhaust Radial Fans,Roof Fans) จะระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากพัดลมชนิดนี้ถูกออกแบบให้ใบพัดไว้สำหรับดูดอากาศที่มีความร้อนในตู้คอนโทรล และเหวี่ยงลมร้อนออกด้านข้างของตัวพัดลม ซึ่งการระบายความร้อนด้วยวิธีนี้จะระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากโดยปกติความร้อนจะลอยขึ้นด้านบนอยู่แล้วจึงเหมาะกับการติดตั้งพัดลมหลังคาตู้ (Exhaust Radial Fans,Roof Fans) และควรติดหน้ากากพร้อมแผ่นกรองฝุ่นบริเวณด้านล่างของตู้คอนโทรล เพื่อให้มีการหมุนเวียนของอากาศภายในตู้คอนโทรล ทำให้การระบายความร้อนได้ดีและป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้เข้ามาภายในตู้คอนโทรล ข้อแนะนำ  : ในกรณีที่ต้องการยืดอายุการใช้งานพัดลมและประหยัดพลังงานไฟฟ้า ควรติดตั้ง Thermostat และต่อร่วมกับพัดลมติดตู้คอนโทรลเพื่อให้พัดลมไม่ต้องทำงานตลอดเวลาในกรณีที่อุณหภูมิภายในตู้ได้ตามที่ตั้งค่าไว้แล้ว (28-30 ํC) รูปแสดงการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิภายในตู้ (Thermostat CMA-Series) รูปแสดงวงจรการต่อใช้งาน หมายเหตุ : สามารถต่อ Thermostat ร่วมกับพัดลมได้ถึง 2 ตัว Tips. หากในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิภายนอกสูงและมีความชื้นในบริเวณนั้น ซึ่งการใช้พัดลมอาจจะไม่ตอบโจทย์ในการใช้งาน ทางเราจึงขอนำเสนอ แอร์รักษาอุณหภูมิภายในตู้คอนโทรล (Air Condition for Control Boxs) ในเรื่องราวต่อไป.....

Image Alternative text
วิธียืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในตู้ไฟฟ้า,ตู้คอนโทรล,ตู้สวิทบอร์ด(MDB)

     ในสภาพแวดล้อมปัจจุบันเราจะพบปัญหาต่าง ๆ ในระบบการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เช่น อุณหภูมิ ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการทำงานและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในตู้คอนโทรลไฟฟ้าโดยตรง เพราะอาจจะทำให้เครื่องจักรหยุดการทำงาน (Shutdown) เมื่อเครื่องจักรมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง      การติดตั้งพัดลมติดตู้คอนโทรลพร้อมแผ่นกรองฝุ่น (Cabinet Filter Fans) เพื่อช่วยลดปัญหาเรื่องอุณหภูมิ ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกในตู้คอนโทรลนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ให้ยาวนานยิ่งขึ้นและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ      โดยในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีเลือกและการติดตั้ง พัดลมตู้คอนโทรลพร้อมแผ่นกรองฝุ่น (Cabinet Filter Fans) ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ดังนี้   1. พัดลมติดตู้คอนโทรลพร้อมแผ่นกรองฝุ่น (Cabinet Filter Fans) แบบติดตั้งด้านข้างและด้านหน้าของตู้   รูป 1.1 แสดงการติดตั้งพัดลม 2 ตัว ทั้งแบบดูดลมเข้าตู้ (ติดตั้งด้านล่าง) และเป่าลมออกจากตู้ (ติดตั้งด้านบน) เพื่อช่วยระบายความร้อนให้ดียิ่งขึ้น        พัดลมติดตู้คอนโทรลแบบติดตั้งด้านข้างนี้จะช่วยให้เราลดปัญหาเรื่องความร้อนและฝุ่นละอองภายในตู้ได้ดีเพราะเป็นพัดลมที่มาพร้อมกับแผ่นกรองฝุ่น อีกทั้งเรายังสามารถเลือกทิศทางลมได้ทั้งแบบดูดลมเข้าและเป่าลมออก ลักษณะงานที่ต้องใช้ทั้งแบบดูดลมเข้าและเป่าลมออกนี้จะนำมาใช้งานในลักษณะงานดังนี้ คือ แบบติดตั้งพัดลมทั้งสองด้าน โดยด้านหนึ่งเลือกพัดลมแบบดูดลมเข้าตู้ติดตั้งไว้บริเวณด้านล่าง และอีกด้านหนึ่งเลือกพัดลมแบบเป่าลมออกจากตู้ติดตั้งไว้บริเวณด้านบน เพื่อช่วยให้ระบายความร้อนภายในตู้คอนโทรลให้ดียิ่งขึ้นและมีแรงลมมากกว่าปกติที่ติดตั้งเพียงแค่ 1 ตัว   รูป 1.2 แสดงการติดตั้งพัดลม 1 ตัว (ติดตั้งด้านบน) และติดตั้งหน้ากากพร้อมแผ่นกรองฝุ่น (ติดตั้งด้านล่าง)        ติดตั้งพัดลมด้านบนเพียงด้านเดียวและด้านล่างอีกด้านหนึ่ง ติดตั้งหน้ากากพร้อมแผ่นกรองฝุ่นเท่านั้น ส่วนการเลือกพัดลมตู้คอนโทรลพร้อมแผ่นกรองฝุ่นนั้น ควรเลือกที่รูปร่างสวยงามเหมาะกับตู้คอนโทรลของเรา และเลือกแบบที่สามารถเปลี่ยนแผ่นกรองฝุ่นได้ง่าย เราควรทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่นเป็นประจำอย่างน้อย  1 ครั้งต่อสัปดาห์ และหากพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองมากอาจจะเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่นเป็น 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็จะยิ่งดีมากขึ้น   2. พัดลมติดตู้คอนโทรลแบบติดตั้งด้านบนหรือพัดลมติดหลังคาตู้  (Exhaust Radial Fans,Roof Fans)   รูป 2.1 แสดงการติดตั้งพัดลมหลังคาตู้ไว้ด้านบน และติดตั้งหน้ากากพร้อมแผ่นกรองไว้บริเวณด้านล่าง        พัดลมติดตู้คอนโทรลแบบติดตั้งด้านบนนี้ (Exhaust Radial Fans,Roof Fans) จะระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากพัดลมชนิดนี้ถูกออกแบบให้ใบพัดไว้สำหรับดูดอากาศที่มีความร้อนในตู้คอนโทรล และเหวี่ยงลมร้อนออกด้านข้างของตัวพัดลม ซึ่งการระบายความร้อนด้วยวิธีนี้จะระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากโดยปกติความร้อนจะลอยขึ้นด้านบนอยู่แล้วจึงเหมาะกับการติดตั้งพัดลมหลังคาตู้ (Exhaust Radial Fans,Roof Fans) และควรติดหน้ากากพร้อมแผ่นกรองฝุ่นบริเวณด้านล่างของตู้คอนโทรล เพื่อให้มีการหมุนเวียนของอากาศภายในตู้คอนโทรล ทำให้การระบายความร้อนได้ดีและป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้เข้ามาภายในตู้คอนโทรล ข้อแนะนำ  : ในกรณีที่ต้องการยืดอายุการใช้งานพัดลมและประหยัดพลังงานไฟฟ้า ควรติดตั้ง Thermostat และต่อร่วมกับพัดลมติดตู้คอนโทรลเพื่อให้พัดลมไม่ต้องทำงานตลอดเวลาในกรณีที่อุณหภูมิภายในตู้ได้ตามที่ตั้งค่าไว้แล้ว (28-30 ํC) Tips. หากในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิภายนอกสูงและมีความชื้นในบริเวณนั้น ซึ่งการใช้พัดลมอาจจะไม่ตอบโจทย์ในการใช้งาน ทางเราจึงขอนำเสนอ แอร์รักษาอุณหภูมิภายในตู้คอนโทรล (Air Condition for Control Boxs) ในเรื่องราวต่อไป.....

Image Alternative text
Digital Indicator With Alarm And Mini Digital Indicator & Controller With Alarm

DEF-02N-A Series Mini Digital Indicator & Controller With Alarm คุณสมบัติ • เครื่องควบคุมและแสดงผลแบบดิจิตอลพร้อมอะลาร์ม 2 อะลาร์ม (ฟรี 1 อะลาร์ม) • รับอินพุต 0-20mA, 4-20mA และ 0-10VDC • แสดงผลด้วย 7-Segment ขนาด 0.39" จำนวน 4 หลัก ได้ตั้งแต่ -1999 ถึง 9999 (ตั้งจุดทศนิยมสูงสุด 3 ตำแหน่ง) • Function Alarm มี 4 แบบ   CM-004N Series Digital Indicator With Alarm คุณสมบัติ • เครื่องควบคุมและแสดงผลแบบดิจิตอลพร้อมอะลาร์ม ฟรี 1 อะลาร์ม • รับอินพุต 0-20mA, 4-20mA และ 0-10VDC • แสดงผลด้วย 7-Segment ขนาด 0.56" จำนวน 4 หลัก ได้ตั้งแต่ -1999 ถึง 9999 (ตั้งจุดทศนิยมสูงสุด 3 ตำแหน่ง) • Function Alarm มี 4 แบบ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-880-8240, 090-197-9601 ID LINE    : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
มัลติมิเตอร์วัดและวิเคราะห์พลังงานทางไฟฟ้า และ SCADA SOFTWARE ระบบควบคุมในงานอุตสาหกรรม

  KM-07 : MULTIFUNCTION POWER METER คุณสมบัติ • มัลติมิเตอร์วัดและวิเคราะห์พลังงานทางไฟฟ้า พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ LCD • สามารถตั้งค่า PT Ratio และ CT Ratio ได้ • สามารถสื่อสารผ่านพอร์ท RS-485 (Option), MODBUS RTU PROTOCOL • เอาต์พุตแบบ Pulse และ 4-20mA (Option)   WINLOG PRO SCADA SOFTWARE คุณสมบัติ • Scada Software สำหรับการควบคุม กำกับดูแล ตรวจสอบ วิเคราะห์และเก็บข้อมูลแบบ Real Time ใช้ในการตรวจสอบสถานะตลอดจนถึงควบคุมการทำงานของระบบควบคุมในอุตสาหกรรมและวิศวกรรมต่าง ๆ • Multi-language Scada/HMI applications • Thousands of symbols and animated objects • Protocols Modbus, Siemens, Omron, KNX, etc. • OPC Client interface and ODBC support • History files exportable in CSV format สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9594, 090-197-9601 ID LINE    : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com  

Image Alternative text
3 วิธีป้องกันปั๊มน้ำ ปั๊มเคมีไหม้ เนื่องจากน้ำแห้ง น้ำขาด

1. ติดตั้ง Flow Switch          ติดตั้ง Flow Switch ไว้ภายในท่อ เพื่อตรวจเช็คการไหลของน้ำภายในท่อ หากน้ำภายในท่อหยุดไหล ทำให้ปั๊มน้ำเดินตัวเปล่า (Run Dry) อาจจะทำให้ ปั๊มน้ำร้อน หรือ ปั๊มน้ำเกิดการไหม้ได้ ในการเลือกใช้ Flow Switch ควรติดตั้ง Timer เพื่อใช้หน่วงเวลาในช่วงเริ่มสตาร์ทปั๊มน้ำ (Start Delay Time) เมื่อปั๊มน้ำสตาร์ท  ปั๊มน้ำจะสูบน้ำเข้ามาภายในท่อ Timer จะทำการหน่วงเวลาในช่วงแรก ก่อนที่ Flow Switch จะทำการตรวจเช็คการไหลของน้ำภายในท่อ และควรมีการติดตั้ง Timer อีกตัวหนึ่งช่วยในการหน่วง OFF ของปั๊มน้ำ ในกรณีที่น้ำมาไม่เต็มท่อ หรือน้ำขาดเป็นบางช่วง (OFF Delay Timer) เพื่อป้องกันปั๊มน้ำตัดต่อบ่อยทำให้ปั๊มน้ำเกิดความเสียหายได้ หรือ ควรเลือก Flow Switch ที่มี Timer ภายในตัวเพื่อความสะดวกในการต่อการใช้และลดต้นทุนการในการซื้อ Timer อีกตัว      ลักษณะการติดตั้ง Flow Switch 2. ติดตั้ง Cable Float Switch        ในกรณีที่ถังน้ำใต้ดินหรือบ่อพักน้ำ ไม่มีน้ำ หรือ น้ำขาดภายในถัง ทำให้ปั๊มน้ำเดินตัวเปล่า (Run Dry) อาจทำให้ปั๊มน้ำร้อน และ ปั๊มน้ำเกิดการไหม้ได้ ควรมีการติดตั้ง Level Switch ตามความเหมาะสมในการใช้งาน มีทั้งแบบ ติดตั้งด้านข้างถัง (Side Level Switch) , ตัววัดระดับแบบก้านอิเล็กโทรด (Electrode Level Switch) , ลูกลอยวัดระดับแบบสายเคเบิ้ล (Cable Float Switch ) ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ในบ่อพักน้ำ บ่อใต้ดิน ตามอาคาร เนื่องจากติดตั้งง่าย เพื่อตรวจสอบสถานะของน้ำภายในถังว่ามีน้ำ หรือ ไม่มีน้ำ หากเมื่อใดน้ำในถังใต้ดินหมดหรือไม่เพียงพอในการสูบน้ำไปใช้งานในอาคาร ปั๊มน้ำจะทำงานตลอดเวลา แต่น้ำไม่ไหล ทำให้ปั๊มน้ำร้อนและมีกลิ่นไหม้ได้ การติดตั้ง Cable Float Switch นี้จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการป้องกันไม่ให้ปั๊มน้ำเดินตัวเปล่า และป้องกันปั้มน้ำไหม้ทำให้เสียหายได้      ลักษณะการติดตั้ง Cable Float Switch   3. ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน Dry Run Protection        เพื่อป้องกันไม่ให้ปั๊มน้ำเดินตัวเปล่า (Run Dry)  ลดความเสียหายของปั๊มน้ำ ข้อดีของการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันปั๊มน้ำเดินตัวเปล่า Dry Run Protection นี้   คือไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับระบบแมคคานิค เช่น ไม่ต้องตัดท่อ เพื่อติดตั้ง Flow switch   เพียงนำอุปกรณ์ Dry Run Protection ไปติดตั้งภายในตู้คอนโทรล โดยนำไปต่อร่วมกับกระแสไฟฟ้า (A) และ แรงดันไฟฟ้า (V)  เพื่อตรวจเช็คค่า PF (Power Factor)  เนื่องจากการตรวจเช็คการทำงานของ PF (Power Factor)นั้น   มีการเปลี่ยนแปลงตามโหลดมากกว่ากระแส เช่น กรณีน้ำขาดหรือไม่มีน้ำ ค่าPF จะต่ำและเปลี่ยนทันที ทำให้ป้องกันปั๊มน้ำหรือปั๊มเคมีเสียหายได้ทันท่วงที เนื่องจากราคาปั๊มเคมีมีราคาค่อนข้างสูง การติดตั้งอุปกรณ์ Dry Run Protection นี้  จึงคุ้มค่าในการลงทุน เพื่อป้องกันปั๊มน้ำ หรือ ปั๊มเคมีไหม้ และ สะดวกในการติดตั้งใช้งาน      ลักษณะการติดตั้ง Dry Run Protection สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9594, 090-197-9601 ID LINE   : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com  

Image Alternative text
DEF-01-F3 : Refrigeration Temperature Controller

  Medel : DEF-01-F3 Product Name : Refrigeration Temperature Controller คุณสมบัติ (Specification) • เครื่องควบคุมอุณหภูมิและแสดงผล สำหรับตู้แช่หรือเครื่องทำความเย็น • มี Phase Protection ในตัว เพื่อป้องกันไม่ให้ Compressor เสียหาย กรณีไฟตก-ไฟเกิน จุดเด่นของสินค้า (Selling Point) • มี 4 Output สำหรับควบคุม Compressor , Deforst ละลายน้ำแข็ง , Fan กระจายความเย็นในตู้แช่ และ Alarm เตือนความผิดปกติต่าง ๆ • มี Digital Input สำหรับเปลี่ยน Setpoint ที่ 2 ในกรณีที่ไม่มีการเปิด-ปิดตู้แช่ เช่น ในเวลากลางคืนเพื่อประหยัดพลังงาน • กรณี Probe วัดอุณหภูมิของ Compressor ขาด เครื่องควบคุมยังสามารถสั่งให้ Compressor ทำงานต่อเนื่องได้ใน Mode Cycle Time • สามารถตั้งค่าเพื่อลดอุณหภมิชั่วขณะตามเวลาที่กำหนดเองได้ เช่น กรณีต้องการให้สินค้าเย็นเร็วขึ้น • สามารถต่อ Probe วัดอุณหภูมิเพิ่มเติม เพื่อวัดค่าอุณหภูมิของ Compressor ไม่ให้ทำงานร้อนเกินไป ส่งผลให้ Compressor ไหม้ได้ • มี Accessories สำหรับ Copy Parameter Setting กรณีมีการ Set ค่าเหมือนกันหลายตัว ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ (Benefit) • ลดการ Wiring สาย เนื่องจากมี Phase Protection ในตัว • ราคาประหยัด เพราะไม่ต้องซื้อ Phase Protection เพิ่ม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9599,  090-197-9601 ID LINE    : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
CM-005N : Heater Break Alarm

  Model : CM-005N Product Name : Heater Break Alarm (อุปกรณ์เช็คฮีตเตอร์ขาด) คุณสมบัติ (Specification) • เป็นอุปกรณ์สำหรับเช็ค Heater ขาดได้พร้อมกัน 4 ตัว ในตัวเดียวกัน เพื่อป้องไม่ให้ชิ้นงานเสียหาย โดยไม่ต้องต่อ CT ภายนอก หรือเมื่อ SSR Short Circuit หรือหน้าคอนแทคของ Magnetic Arc. ติดกันสามารถเช็คได้ • สามารถนำไปต่อร่วมกับจอแสดงผลแบบ Digital รุ่น CM-005D เพื่อดูค่ากระแส Heater แต่ละตัวได้ จุดเด่นของสินค้า (Selling Point) • สามารถร้อยสายไฟผ่าน CT ภายในตัวได้เลย (มี CT ภายในตัว 50A) • มี Alarm Output 1 Alarm เมื่อเกิด Heater ขาด หรือ Short Circuit • มี LED แสดงการทำงานของแต่ละตัว (ติดค้าง คือ ปกติ , ติดกระพริบ คือ Heater ขาด หรือ Short Circuit) • มี 2 Input โดยแยกเป็น Input ละ 2 Heater หรือที่ต้องการต่อร่วมกับ Temp Control 2 ตัว โดยมีอินพุตให้เลือก 4 แบบ คือ       • CM-005-1 (Input 220VAC สำหรับ Temp Control Output Relay)       • CM-005-2 (Input 10-30VDC สำหรับ Temp Control Output SSR)       • CM-005-3 (Input 4-20mA สำหรับ Temp Control Output 4-20mA)       • CM-005-4 (Input 0-10VDC สำหรับ Temp Control Output 0-10VDC) • มีไฟเลี้ยงให้เลือกทั้ง 10-24VAC/VDC , 110VAC , 220VAC • มี Port RS-485 ให้ 2 Port สำหรับนำไปต่อร่วมกับจอ CM-005D และนำไปต่อร่วมกับ Computer หรือ PLC ได้ • มีช่องสำหรับต่อร่วมกับ Switch ภายในเพื่อ Reset ได้ ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ (Benefit) • เพื่อป้องกันไม่ให้ชิ้นงานเสียหาย และขาดคุณภาพ เมื่อ Heater ตัวใดตัวนึงขาด ซึ่งมีผลทำให้อุณหภูมิลดลงบางจุด • ประหยัดเวลาในการตรวจเช็คกรณีที่เกิด Heater ขาด หรือ Short Circuit เพราะสามารถดูได้จาก LED ที่กระพริบ หรือดูจาก Monitor ได้ • ในส่วนของ Alarm แจ้งเตือน สามารถทำให้ผู้ปฏิบัติงาน (Operator) เข้าถึงหน้างานได้รวดเร็ว เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ • ติดตั้งง่าย โดยสามารถยึดอุปกรณ์บนรางรีเลย์ (Din Rail) ในตู้ได้เลย • ไม่ต้องต่อร่วมกับ CT ภายนอก ทำให้ประหยัดเนื้อที่ในตู้ได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 098-279-5788, 090-197-9601 ID LINE    : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
TMP Series : Digital Temperature Controller PID Control Function

Model : TMP Series Product Name : Digital Temperature Controller PID Control Function คุณสมบัติ (Specification) • เครื่องควบคุณอุณหภูมิ หรือ Process ต่าง ๆ แบบ Digital สามารถรับ Input ได้ทุกชนิด เช่น TC/RTD/4-20 mA/0-10VDC เป็นต้น • มี Ramp Function เพื่อกำหนดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในช่วง Start จนถึงค่า Set Point โดยกำหนดค่าได้เป็น  ํC/นาที • มี Bargraph แสดง % การทำงานของ Output (ยกเว้นรุ่น TMP-48) • มี Option Heater Break ที่กระแสไม่เกิน 50 A สำหรับตั้งค่าเงื่อนไข Alarm ได้ • มี Option RS-485 เพื่อเชื่อมต่อกับ Computer , PLC และ Data Logger ได้ จุดเด่นของสินค้า (Selling Point) • มีความหลากหลายทางด้าน Input ซึ่งสามารถเลือกชนิดได้จากการ Program ที่ตัว Controller • มี Output 1 และ 2 ให้เลือกทั้ง Relay Contact , SSR Drive , 0-10VDC และ 4-20 mA • มีการควบคุมการทำงานแบบ ON-OFF, P, PD, PID Control ซึ่งรองรับได้กับงานคอนโทรลทุกประเภท ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ (Benefit) • เป็น Controller ที่สามารถนำไปใช้ควบคุม Process ต่าง ๆ ได้ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น แรงดัน ความเร็วรอบ เป็นต้น • ลดรุ่นในการสั่งสินค้ามาเก็บสต็อกที่ต้อง Fixed Input เวลาสั่งซื้อ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE    : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
PHOTOELECTRIC SENSORS AMPLIFIER BUILT-IN TYPE

PHOTOELECTRIC SENSORS AMPLIFIER BUILT-IN TYPE Z2 Series : Low Cost/Small Type คุณสมบัติ • เป็น Photoelectric Sensor สำหรับตรวจจับวัตถุ โดยออกแบบและพัฒนามาให้มีคุณภาพในการตรวจจับสูง • เหมาะกับงานตรวจจับ เช่น ตรวจนับล้อแม็กรถยนต์ เป็นต้น • เอาต์พุตแบบ NPN และ PNP Open Collector • มีระยะตรวจจับได้ไกล 25 M. (สำหรับรุ่น Thru-Beam) พร้อมปุ่มปรับความไวในการตรวจจับ 1 Turn Volume • ระดับป้องกัน IP67 APPLICATION Z2 Series C2 Series : M18 Cylindrical Type   คุณสมบัติ • เป็น Photoelectric Sensor สำหรับตรวจจับวัตถุ โดยไม่คำนึงสีพื้นหลังของวัตถุ • มีความแม่นยำในการตรวจจับสูง เช่น ตรวจนับชิ้นงานบนรางคอนเวเยอร์ เป็นต้น • เอาต์พุตแบบ NPN และ PNP Open Collector • มีระยะตรวจจับได้ไกล 20 M. (สำหรับรุ่น Thru-Beam) พร้อมปุ่มปรับความไวในการตรวจจับ 1 Turn Pot • รูปทรงกระบอก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 18 mm. • ระดับป้องกัน IP67 APPLICATION C2 Series สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-880-8240, 090-197-9601 ID LINE    : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
EM-Series : Signal Transmitter

  Model : EM-Series Product Name : Signal Transmitter คุณสมบัติ (Specification) • อุปกรณ์แปลงสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นสัญญาณอนาล็อกมาตรฐาน 4-20mA , 0-10VDC • มีสัญญาณอินพุตให้เลือกทั้ง TC , RTD , 4-20mA , 0-10VDC , 0-500VDC , 0-500VAC , 0-5AAC (CT Input) และ Resistance ได้ (ระบุตอนสั่งซื้อ) จุดเด่นของสินค้า (Selling Point) • สามารถเลือกโปรแกรม สัญญาณอนาล็อกทางด้าน Output ให้เป็น Direct หรือ Inverse ได้     - Direct คือ Input แปรผันตรงกับ Output     - Inverse คือ Input แปรผกผันกับ Output • มีให้เลือกทั้งรุ่น 1 Input/1 Output , 1 Input/2 Output ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ (Benefit) • กรณีที่เกิดปัญหาทางด้าน Input จะไม่ส่งผลกระทบต่อสัญญาณทาง Output  เพราะตัวอุปกรณ์จะช่วยให้สัญญาณแยกอิสระจากกัน (Isolate) • ขนาดเล็กและบางทำให้ประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง และสามารถยึดอุปกรณ์บนรางรีเลย์ (Din Rail) ได้เลย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9603, 090-197-9601 ID LINE    : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
IM-Series : Digital Signal Transmitter

  Model : IM-Series Product Name : Digital Signal Transmitter คุณสมบัติ (Specification) • อุปกรณ์แปลงสัญญาณไฟฟ้า ให้เป็นสัญญาณอนาล็อกมาตรฐาน 4-20mA , 0-10VDC • มีหน้าจอแสดงผลแบบ Digital เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงทางด้านอินพุตได้ • รับอินพุต Universal ได้แก่ TC , RTD , 4-20mA , 0-10VDC , 0-5VDC (สำหรับรุ่น IM-A) • มีรุ่นที่รับสัญญาณทางไฟฟ้าอื่น ๆ ได้อีก เช่น 0-500VDC , 0-500VAC , 0-5AAC (CT Input) , Frequency (0-10 kHz) , RPM (0-9999 RPM) • สามารถดูค่า Peak สูงสุดของการใช้งานที่เกิดขึ้นได้ และ Reset ค่าได้ จุดเด่นของสินค้า (Selling Point) • สามารถเลือกโปรแกรม สัญญาณอนาล็อกทางด้าน Output ให้เป็น Direct หรือ Inverse ได้          - Direct คือ Input แปรผันตรงกับ Output          - Inverse คือ Input แปรผกผันกับ Output • รุ่นที่เป็น Output Relay สามารถตั้งค่า Alarm ได้ 4 Function • มี Port RS-485 สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ , PLC หรือ Data Logger เพื่อเก็บข้อมูลได้ • มีให้เลือกทั้งรุ่น 1 Input/1 Output , 1 Input/2 Output หรือเลือก Output แบบ Relay ได้ ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ (Benefit) • ตัวอุปกรณ์เป็นได้ทั้ง Indicator และ Transmitter ได้ในตัว • กรณีที่เกิดปัญหาทางด้าน Input จะไม่ส่งผลกระทบต่อสัญญาณทาง Output  เพราะตัวอุปกรณ์จะช่วยให้สัญญาณแยกอิสระจากกัน (Isolate) • สามารถยึดอุปกรณ์บนรางรีเลย์ (Din Rail) ได้เลย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9603, 090-197-9601 ID LINE    : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
TIM-94N-Series Digital Indicator

  Model : TIM-94N-Series Product Name : Digital Indicator   คุณสมบัติ (Specification) • เครื่องแสดงผล Process ต่าง ๆ แบบ Digital โดยรับ Input แบบ Universal (TC , RTD , 4-20mA , 0-10VDC) ได้ในตัวเดียว • แสดงผล 5 Digits แบบ 7-Segment สีขาว ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในที่มืด • สัญญาณอนาล็อกอินพุต 4-20mA และ 0-10VDC ถ้าต่อผิดขั้วเครื่องจะสลับขั้วที่ถูกต้องให้อัตโนมัติ • มี Option Transfer Output ที่สามารถตั้งค่าแบบ Manual เพื่อใช้สำหรับจ่ายสัญญาณ (Simulate) ให้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ • สามารถดูค่า Peak สูงสุดของการใช้งานที่เกิดขึ้นได้ และ Reset ค่าได้ • มี Lock Function ป้องกันการเปลี่ยนค่า Setting ของหน้าจอ จุดเด่นของสินค้า (Selling Point) • มี Alarm Relay ให้ 1 Alarm และสามารถเพิ่มได้สูงสุด 3 Alarm (Option) • มี Option Transfer 4-20mA , 0-10VDC ที่สามารถส่งสัญญาณได้ทั้งแบบ Direct และ Inverse          - Direct คือ Output แปรผันตรงกับ Input          - Inverse คือ Output แปรผกผันกับ Input • มี Port RS-485 สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ , PLC หรือ Data Logger เพื่อเก็บข้อมูลได้ • มี Supply 24VDC 30mA สำหรับจ่ายให้ Sensor โดยไม่ต้องต่อ Switching Power Supply จากภายนอก • กรณี Input มีปัญหาหรือ Sensor ขาด จะแจ้งเตือนสัญลักษณ์ที่หน้าจอ ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ (Benefit) • เป็นอุปกรณ์ที่นอกจากจะใช้แสดงผลค่า Process ต่างๆ แล้ว ยังรวม Function Transfer Output และ Simulate Output ไว้ในตัวเดียวกัน • ทำให้ไม่ต้องซื้ออุปกณ์หลาย ๆ รุ่น ลดความยุ่งยากในการ Wiring สาย   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-880-8240, 090-197-9601 ID LINE    : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com    

Image Alternative text
แอร์รักษาอุณหภูมิภายในตู้คอนโทรล (ขนาด 2700BTU)

คุณสมบัติ • เครื่องรักษาอุณหภูมิและความชื้นภายในตู้คอนโทรล • มีปริมาณลมเย็นที่คงที่ • มีระบบควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำและแสดงผลที่ชัดเจน • มีระบบแจ้งเตือนและป้องกันความเสี่ยงในการเสียหาย • มีระบบป้องกันท่อน้ำทิ้งอุดตัน • มีระบบป้องกันคอมเพรสเซอร์เสียหาย • มีโครงสร้างแบบ Galvanized และ SUS 304 ที่ทนต่อสภาพหน้างาน APPLICATION   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 085-347-7599, 090-197-9601 ID LINE    : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
PLC + หน้าจอ HMI Controller High Resolution

Vision1040 คุณสมบัติ • จอแสดงผลขนาด 10.4 นิ้ว (Vision1040) • TFT LCD (White LED) 65,536 Colors หน้าจอแสดงผลแบบ Touch Screen • แสดงผลในรูปแบบของกราฟฟิก, กราฟเส้นได้ • Auto-Tune PID, up to 24 independent loops • Micro SD Card-Log, Backup, Clone&More • สามารถใช้งานร่วมกับ Snap-In I/O Modules และ I/O Expansion ได้   Vision1210 คุณสมบัติ • จอแสดงผลขนาด 12.1 นิ้ว (Vision1210) • TFT LCD (White LED) 65,536 Colors หน้าจอแสดงผลแบบ Touch Screen • แสดงผลในรูปแบบของกราฟฟิก, กราฟเส้นได้ • Auto-Tune PID, up to 24 independent loops • Micro SD Card-Log, Backup, Clone&More • สามารถใช้งานร่วมกับ Snap-In I/O Modules และ I/O Expansion ได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9591 ID LINE  : @primusthai WEBSITE  : www.primusthai.com

Image Alternative text
Digital Techometer (RPM) & Line Speed เครื่องมือวัดความเร็วรอบและระยะทาง

  CM-001 : Digital Techometer (RPM) คุณสมบัติ • เครื่องวัดความเร็วรอบต่อนาที (RPM) • รับอินพุทจาก Photo Switch/Proximity Switch NPN/PNP • แสดงผลด้วย 7-Segment 4 หลัก ขนาด 0.56 นิ้ว การทำงาน      CM-001 DIGITAL TACHOMETER เป็นเครื่องวัดความเร็วรอบแบบดิจิตอล (Digital) โดยแสดงผลเป็นตัวเลข LED 4 หลัก สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยระบบไมโครโปรเซสเซอร์ สามารถปรับค่า Time Base ได้โดยอัตโนมัติจึงทำให้การแสดงผลตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ที่ความเร็วรอบต่ำและความเร็วรอบสูง ใช้ในการแสดงผลความเร็วรอบมอเตอร์ คอนเวเยอร์ (Motor Conveyor) เครื่องจักรและอื่น ๆ สามารถโปรแกรมการตั้งค่า RPM ได้หลาย Pulse ใน 1 รอบความเร็ว ซึ่งทำให้วัดค่าได้ละเอียดและรวดเร็วในรอบช้า ๆ เหมาะที่จะติดตั้งไว้กับตู้ควบคุมหรือตู้สวิตซ์บอร์ดใช้งานได้ง่าย CM-001L : Digital Techometer (RPM) & Line Speed คุณสมบัติ • เครื่องวัดความเร็วรอบต่อนาที (RPM) และ Line Speed • รับอินพุทจาก Photo Switch/Proximity Switch NPN/PNP • แสดงผลด้วย 7-Segment 4 หลัก ขนาด 0.56 นิ้ว การทำงาน         CM-001-L/DCM-001N TACHOMETER (RPM & LINE SPEED) / MINI TACHOMETER (RPM & LINE SPEED) เป็นเครื่องวัดความเร็วรอบและระยะทางแบบดิจิตอล แสดงผลเป็นตัวเลข 7-Segment สีแดง 4 หลัก มองเห็นได้อย่างชัดเจน เป็นระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ สามารถปรับค่า Time Base ได้โดยอัตโนมัติ จึงทำให้การแสดงผลตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทั้งความเร็วต่ำและความเร็วสูง ใช้ในการแสดงผลความเร็วรอบของมอเตอร์ Conveyor เครื่องจักรและแสดงผลเป็นระยะทางต่อนาที         CM-001-L/DCM-001N TACHOMETER (RPM & LINE SPEED) / MINI TACHOMETER (RPM & LINE SPEED) จะมีฟังก์ชั่นการแสดงผลอยู่ 2 แบบคือ แบบ RPM ซึ่งสามารถโปรแกรมตั้งค่าได้หลาย Pulse ใน 1 รอบ จึงทำให้วัดค่าได้อย่างละเอียดและรวดเร็วในรอบช้า ๆ หน่วยของการแสดงผลเป็นรอบต่อนาที และแบบ Line Speed ซึ่งสามารถตั้งค่าเซนติเมตรและเมตรได้ตามความต้องการ หน่วยของการแสดงผลเป็นเซนติเมตรต่อนาที และเมตรต่อนาที โดยสามารถกดปุ่มเลือกโปรแกรมการใช้งานได้ตามความต้องการ DCM-001N : Mini Digital Techometer (RPM) & Line Speed คุณสมบัติ • เครื่องวัดความเร็วรอบต่อนาที (RPM) และ Line Speed ขนาดเล็ก • รับอินพุทจาก Photo Switch/Proximity Switch NPN/PNP • แสดงผลด้วย 7-Segment 4 หลัก ขนาด 0.39 นิ้ว การทำงาน         CM-001-L/DCM-001N TACHOMETER (RPM & LINE SPEED) / MINI TACHOMETER (RPM & LINE SPEED) เป็นเครื่องวัดความเร็วรอบและระยะทางแบบดิจิตอล แสดงผลเป็นตัวเลข 7-Segment สีแดง 4 หลัก มองเห็นได้อย่างชัดเจน เป็นระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ สามารถปรับค่า Time Base ได้โดยอัตโนมัติ จึงทำให้การแสดงผลตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทั้งความเร็วต่ำและความเร็วสูง ใช้ในการแสดงผลความเร็วรอบของมอเตอร์ Conveyor เครื่องจักรและแสดงผลเป็นระยะทางต่อนาที         CM-001-L/DCM-001N TACHOMETER (RPM & LINE SPEED) / MINI TACHOMETER (RPM & LINE SPEED) จะมีฟังก์ชั่นการแสดงผลอยู่ 2 แบบคือ แบบ RPM ซึ่งสามารถโปรแกรมตั้งค่าได้หลาย Pulse ใน 1 รอบ จึงทำให้วัดค่าได้อย่างละเอียดและรวดเร็วในรอบช้า ๆ หน่วยของการแสดงผลเป็นรอบต่อนาที และแบบ Line Speed ซึ่งสามารถตั้งค่าเซนติเมตรและเมตรได้ตามความต้องการ หน่วยของการแสดงผลเป็นเซนติเมตรต่อนาที และเมตรต่อนาที โดยสามารถกดปุ่มเลือกโปรแกรมการใช้งานได้ตามความต้องการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-880-8240, 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
PRIMUS SOFT ซอฟต์แวร์บริหารจัดการพลังงาน

     โปรแกรม Primus Soft Pro เป็นโปรแกรมสำหรับ Power Meter ที่สามารถนำนำข้อมูลที่ได้จากโปรแกรมนี้ไปวิเคราะห์เพื่อดูปริมาณการใช้ไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลา นำไปคิดค่าไฟฟ้า และยังสามารถควบคุมโหลดได้ในกรณีที่มีการ Peak ของ kW เพื่อช่วยค่าไฟฟ้าได้ในที่สุด Demand Monitoring      ในหน้า Demand Monitoring สามารถที่จะดูค่าต่างๆของ power meter ได้ในรูปแบบ Real time ซึ่งจะแสดงข้อมูล 2ลักษณะ ได้แก่ข้อมูลตัวเลข และ ข้อมูลเชิงกราฟ (ข้อมูลที่จะมาแสดงขึ้นอยู่กับ Power Meter แต่ละรุ่นเนื่องจาก Power Meter แต่ละรุ่นวัดค่าบางชนิดได้ไม่เท่ากัน) ดูข้อมูลแบบเข็ม ดูแบบตารางข้อมูล       การดูตารางข้อมูลจะช่วยให้เห็นภาพรวมของ Power meter แต่ละตัวว่าตอนนี้ ใช้ไฟฟ้าไปเท่าไร ดูค่า Harmonic ของโวลต์และแอมป์      ค่าฮาโมนิกส์ จะสามารถดูได้ในรูปแบบของ โวลต์ และ แอมป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9603, 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
CARTRIDGE HEATER (ฮีตเตอร์แท่ง)

คุณสมบัติ Cartridge Heater (ฮีตเตอร์แท่ง) • เป็นฮีตเตอร์แท่งที่ให้ความร้อนกับชิ้นงานโดยตรง เช่น โมลด์โลหะ เป็นต้น • ผลิตด้วยวัสดุสแตนเลสคุณภาพดี • ผลิตแบบ High Density ให้ความร้อนสม่ำเสมอ • ผลิตได้ตามขนาดและกำลังไฟฟ้าที่ต้องการ ลักษณะการใช้งาน Cartridge Heater (ฮีตเตอร์แท่ง) • งานแม่พิมพ์ • เครื่องรีดถุงพลาสติก • เครื่องแพ็ค Application Cartridge Heater (ฮีตเตอร์แท่ง)   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 098-279-5788, 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
AIR CONDITIONER FOR CONTROL BOXES แอร์รักษาอุณหภูมิภายในตู้คอนโทรลสำหรับงานอุตสาหกรรม

PE-1000 (ขนาด 1000 BTU แบบติดตั้งข้างตู้) คุณสมบัติ • เป็นแอร์รักษาอุณหภูมิและความชื้นภายในตู้คอนโทรล • มีระบบควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำและแสดงผลที่ชัดเจน • มีระบบแจ้งเตือนและป้องกันความเสี่ยงในการเสียหาย • มีปริมาณลมเย็นคงที่ • มีโครงสร้งแบบ Galvanized และ SUS304 ที่ทนต่อสภาพหน้างาน PE-4000 (ขนาด 4000 BTU แบบติดตั้งหลังคาตู้) คุณสมบัติ • เป็นแอร์รักษาอุณหภูมิและความชื้นภายในตู้คอนโทรล • มีระบบควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำและแสดงผลที่ชัดเจน • มีระบบแจ้งเตือนและป้องกันความเสี่ยงในการเสียหาย • มีปริมาณลมเย็นคงที่ • มีโครงสร้งแบบ Galvanized และ SUS304 ที่ทนต่อสภาพหน้างาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 085-347-7599, 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
การเลือกใช้ Heater ให้เหมาะสมกับงาน

HEATER คืออุปกรณ์ให้ความร้อนกับชิ้นงานด้านอุตสาหกรรมทุกประเภทที่ต้องการความร้อนไม่ว่าจะเป็นงานขึ้นรูปพลาสติก, ห้องอบสี, อาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย มีหลักการง่ายๆ คือการจ่ายกระแสไฟฟ้าไหลผ่านลวดตัวนำจนลวดตัวนำเกิดความร้อน ซึ่งแหล่งจ่ายไฟสามารถใช้ได้ที่แรงดัน 200 VAC กับ 380 VAC ฮีตเตอร์แต่ละประเภทก็จะมีความเหมาะสมต่อการใช้งานต่างกันออกไป ลองมาดูกันว่าฮีตเตอร์ประเภทไหนเหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง   1. ฮีตเตอร์ฮอตรันเนอร์ (Hot Runner Heater) ถูกออกแบบให้เหมาะกับท่อหัวฉีดทำให้ถ่ายเทความร้อนได้สม่ำเสมอและทั่วทั้งแท่ง เหมาะกับการใช้งานอุตสาหกรรมพลาสติก, ฝาพลาสติก และเครื่องฉีดพลาสติก 2. ฮีตเตอร์ต้มน้ำยาเคมี (Quartz Heater) ใช้อุ่นหรือต้มของเหลวได้แทบทุกประเภทที่ไม่ทำปฏิกิริยากับสแตนเลส 316 เช่น น้ำมัน, น้ำ นอกจากนี้ยังอุ่นหรือต้มของเหลวที่เหนียวได้อีกด้วย 3. ฮีตเตอร์แท่ง (Cartridge Heater) ใช้สำหรับการอุ่นหรือให้ความร้อนต่อแม่พิมพ์, หัวพ่นกาว, ชิ้นงานเหล็ก, เครื่องพิมพ์ทอง, เครื่องรีดถุงพลาสติก หรือนำมาใส่เกลียวเพื่อต้มน้ำเคมีกาวในท่อได้ 4. เซรามิคฮีตเตอร์ (Ceramic Heater) ให้ความร้อนสูงเหมาะกับเครื่องฉีดพลาสติกที่ต้องใช้ความร้อนสูงและต่อเนื่อง ทำได้หลายแบบทั้งกลม แผ่น เหมาะกับอุตสาหกรรมพลาสติก, แม่พิมพ์ และอุตสาหกรรมผลิตยาง   5. ฮีตเตอร์ต้มน้ำ/จุ่ม (Immersion Heater) ให้ความร้อนกับของเหลว เช่น การอุ่นน้ำมัน, การต้มน้ำ ที่ไม่ทำปฏิกิริยากับสแตนเลส เหมาะกับอุตสาหกรรมที่ต้องอุ่นหรือต้มของเหลวทุกประเภท หรือของเหลวที่เหนียวข้น เช่น ยางมะตอย  6. ฮีตเตอร์แผ่น (Strip Heater) รูปทรงสี่เหลี่ยมเหมาะกับการให้ความร้อนต่อแม่พิมพ์ ระบุชนิดของวัสดุ ความยาว แรงดัน กำลังวัตต์ได้ 7. ฮีตเตอร์อินฟาเรด (Infrared Heater) ให้ความร้อนแบบแผ่รังสีส่งผลให้กระจายความร้อนได้ถึงเนื้อใน ใช้ในงานอบแห้ง เช่น อบสี เมล็ดพันธุ์ กาว แลคเกอร์ อบพลาสติก 8. ฮีตเตอร์บอบบิ้น (Bobbin Heater) เป็นฮีตเตอร์แบบจุ่มประเภทหนึ่งให้ความร้อนของเหลว เช่น งานชุบ สารละลายวัสดุที่เป็นควอทซ์ อุ่นต้มน้ำยาเคมี งานแช่ในกรด เป็นต้น เคลื่อนย้ายง่าย 9. ฮีตเตอร์ทิวบูล่าร์/ท่อกลม (Tubular Heater) ให้ความร้อนได้ทั้งอากาศ ของเหลว น้ำ เหมาะกับการใช้เพื่ออบสี อบชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ อบใยผ้า อบพลาสติก อบอาหาร 10. คอยล์ฮีตเตอร์ (Coil Heater) เหมาะกับการใช้ในเตาอบเพื่อให้ความร้อนกับชิ้นงาน นิยมใช้ในอุตสาหกรรมเตาความร้อนสูง 11. เซอร์คูเรชั่นฮีตเตอร์ (Circulation Heater) ให้ความร้อนแบบหมุนเวียนที่ใช้น้ำ น้ำมัน ลม แก๊ส นำพาความร้อนไปใช้ นอกจากนี้ยังให้ความร้อนของเหลวกับแก๊สในท่อได้ด้วย 12. ฮีตเตอร์รัดท่อ (Band Heater) ใช้ความร้อนกับท่อหรือถังรูปทรงกระบอก เช่น เครื่องฉีดพลาสติก เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการอุ่นหรือให้ความร้อนในท่อลำเลียงหรือถังพัก เช่น ท่อส่งน้ำมัน ท่อลำเลียงกาว เป็นต้น        นี่คือประเภทของฮีตเตอร์ที่มักนิยมนำมาใช้ในงานอุตสาหกรรม แต่ละประเภทก็จะมีจุดเด่นต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าเหมาะสมกับการเลือกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมประเภทไหนมากกว่ากัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 098-279-5788, 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
แอร์สำหรับตู้คอนโทรล (Air Condition For Control Boxes) มีประโยชน์อย่างไร

                     ปกติแล้วในงานอุตสาหกรรมจะต้องใช้ตู้คอนโทรล(Control Boxes) สำหรับควบคุมการทำงานของระบบไฟฟ้าหรือใช้เพื่อควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ แน่นอนว่าการใช้งานในลักษณะดังกล่าวนี้ย่อมทำให้เกิดความร้อนขึ้นกับตู้คอนโทรล(Control Boxes) หากว่ามีความร้อนภายในตู้มากเกินไปก็ย่อมส่งผลกระทบและปัญหาต่อการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความร้อนที่เกิดขึ้นจึงจำเป็นต้องถูกระบายออกมา เอาเข้าจริงแล้วการเลือกหาวิธีในการระบายความร้อนให้กับตู้คอนโทรล(Control Boxes) เองก็มีด้วยกันหลากหลายทว่าวิธีการที่ดีที่สุดในการระบายความร้อนให้กับตู้คอนโทรล(Control Boxes)ก็คือ การติดตั้งแอร์สำหรับตู้คอนโทรล (Air Conditioner for Control Boxes) ซึ่งประโยชน์ในการติดแอร์สำหรับตู้คอนโทรล(Air Conditioner for Control Boxes) ก็สามารถแบ่งแยกออกมาให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจนดังนี้      1. ทำให้ตู้คอนโทรล(Control Boxes) สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเนื่องจากว่าการได้ระบายความร้อนออกมาจะทำให้ความร้อนภายในตู้ไม่เยอะจนเกินไป และการทำงานก็จะทำงานได้เป็นปกติ ส่งผลให้งานที่ออกมาก็มีคุณภาพตามไปด้วยที่สำคัญการที่เครื่องจักรเหล่านี้สามารถใช้งานตู้คอนโทรล(Control Boxes) ได้อย่างต่อเนื่องทำให้ผลผลิตที่ได้ออกมามีความต่อเนื่องไม่หยุดชะงักด้วย      2. ช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับตู้คอนโทรล(Control Boxes) หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์(Part Electronic) เนื่องจากว่าหากตู้คอนโทรล(Control Boxes) มีความร้อนภายในมาก ๆ ระบบการทำงานก็ต้องถูกใช้อย่างหนัก เมื่อถูกใช้งานอย่างหนักการเสื่อมสภาพก็ย่อมเร็วกว่าปกติ การแอร์สำหรับตู้คอนโทรล(Air Conditioner for Control Boxes) จึงช่วยให้ระบบความร้อนทำงานเป็นมาตรฐานไม่หนักเกินไปส่งผลให้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น      3. ลดปัญหาในเรื่องของฝุ่นละอองหรือสารเคมีต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตู้คอนโทรล(Control Boxes)หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์(Part Electronic) ด้านในต่าง ๆ ซึ่งฝุ่นละอองหรือสารเคมีเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้เกิดความเสียหาย      4. จากการที่ผลผลิตของชิ้นงานสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องไม่มีการหยุดชะงักย่อมเป็นการเพิ่มรายได้โดยตรงให้กับบริษัท ทำให้ผลประกอบการของบริษัทก็ได้ขึ้นตามลำดับไปด้วยเช่นเดียวกัน      5. ช่วยควบคุมระดับความร้อนภายในตู้คอนโทรล(Control Boxes) และความร้อนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์(Part Electronic)ต่างๆ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ดังนั้นอันตรายที่จะเกิดขึ้นก็ย่อมมีน้อยลงตามไปด้วย ลดความกังวลเกี่ยวกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้      6. ช่วยลดความชื้นภายในตู้ควบคุมไฟฟ้าที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์(Part Electronic) ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี อาทิ บอร์ดอิเล็กทรอนิกส์(Board Electronic), อินเวอร์เตอร์(Inverter) เป็นต้น ซึ่งความชื้นเหล่านี้ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ตู้คอนโทรล(Control Boxes) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์(Part Electronic)เหล่านี้เสื่อมสภาพได้เร็วขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน      ประโยชน์ที่ได้จากการใช้งานแอร์สำหรับตู้คอนโทรล(Air Conditioner for Control Boxes) เหล่านี้นับว่าเป็นข้อดีที่เห็นผลได้ชัดเจนมาก ๆ ต่อโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลาย จึงปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่านี่เป็นอุปกรณ์สำคัญอีกชนิดที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและที่สำคัญยังสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างหลากหลายแบบที่หลายคนคาดไม่ถึงอีกต่างหาก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 085-347-7599, 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com  

Image Alternative text
PLC+HMI All in One Unit

V430 คุณสมบัติ • ขนาดหน้าจอ 4.3 นิ้ว แบบ Wild Screen • Web Server • Send E-mail • PID 24 Loop • Alarm History • BACnet   SM35 คุณสมบัติ • รุ่น Samba ออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการอัพเกรดระบบ PLC แบบไม่มีหน้าจอหรือมีแต่เป็นแบบธรรมดา ให้มีหน้าตาดูดีขึ้น • จอสี Touch Screen ได้ • สะดวกตรงที่มี Digital I/O • Analog Input • สามารถรับสัญญาณจาก Temperature Sensor ได้โดยตรง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9591 ID LINE  : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
Small Displacement Sensor with Digital Display

CD22-Series คุณสมบัติ • มีขนาดเล็กกะทัดรัด ง่ายต่อการติดตั้งและใช้งานง่าย • Analog Output 4-20 mA (แล้วแต่รุ่น) • Analog Output 0-10 V (แล้วแต่รุ่น) • Switching Output (NPN or PNP, Max 100mA/DC30V) • ตรวจพบวัสดุต่าง ๆ ได้ เช่น ยางสีดำ , โลหะขัดเงา • มีความแม่นยำสูงและความละเอียด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-880-8240 ID LINE  : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
Level Switch / Level Sensor เซ็นเซอร์จับระดับของเหลว

  LP-01 Level Switch (เซ็นเซอร์ตรวจจับระดับ) เป็นสวิทช์ลูกลอยที่ใช้ควบคุมระดับของเหลวภายในถังโดยการติดตั้งแบบข้างถัง อาศัยการเปลี่ยนแปลงสถานะของหน้าคอนแทค NO/NC เมื่อลูกลอยเคลื่อนที่ขึ้น-ลง ตามระดับของเหลว   LP-03 สวิทช์ลูกลอย ใช้ควบคุมระดับของเหลวภายในถัง โดยการติดตั้งแบบข้างถัง อาศัยการเปลี่ยนแปลงสถานะของคอนแทค NO/NC เมื่อลูกลอยเคลื่อนที่ขึ้น - ลง ตามระดับของแหลว    LP-04 Level Switch (เซ็นเซอร์ตรวจจับระดับ) เป็นสวิทช์ลูกลอยที่ใช้ตรวจจับระดับของเหลวโดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงสถานะของหน้าคอนแทค NO/NC เมื่อลูกลอยเคลื่อนที่ ขึ้น-ลง ตามระดับของเหลว เลือกติดตั้งได้ทั้งแบบเกลียวและหน้าแปลน โดยสามารถเลือกจุดทำงานได้สูงสุด 5 จุดการทำงาน หรือ 5 ระดับจำนวนเอาท์พุทจะเท่ากับจำนวนลูกลอย ทำให้ LP-04 สามารถวัดระดับของเหลวได้หลายระดับในตัวเดียว   LP-07 Level Indicator/Sensor (เซ็นเซอร์ตรวจจับระดับ) เป็น Level Sensor ที่ใช้ตรวจจับระดับของเหลวแบบต่อเนื่อง สามารถวัดได้ละเอียดคือ 1 cm. (Resolution 1 cm.) โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทาน (ในขณะที่ลูกลอยเคลื่อนที่) เลือกติดตั้งได้ทั้งแบบเกลียวและหน้าแปลน เนื่องจาก LP-07-I จะมี Resistance Transmitter ที่แปลงความต้านทานออกมาเป็น 4-20 mA ติดตั้งอยู่ภายใน ดังนั้นจึงมีเอาท์พุทออกเป็น 4-20 mA ซึ่งเปลี่ยนค่าทุก ๆ ระดับ 1 cm.   CP-01 สวิทช์ลูกลอย สำหรับตรวจจับระดับน้ำในถัง หรือบ่อน้ำในระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อตรวจระดับน้ำและควบคุมให้อยู่ในตำแหน่งสูงหรือต่ำตามต้องการ โดยลูกลอยจะมีสวิทช์ปรอทอยู่ภายในและต่อเข้ากับสายไฟโดยยึดสายไฟติดกับด้านบนข้างถัง เมื่อน้ำมีระดับสูงขึ้น ลูกลอยจะอยู่ในลักษณะแนวนอนทำให้สวิตช์อยู่ในตำแหน่ง OFF แต่ถ้าน้ำอยู่ในระดับต่ำลูกลอยจะอยู่ในลักษณะแนวตั้ง ทำให้สวิทช์อยู่ในตำแหน่ง ON สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 098-279-5788, 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
Star Delta Timer เครื่องมือตั้งเวลาการทำงานรีเลย์

PM-022 คุณสมบัติ • ใช้ในการลดกระแสช่วง Start ของมอเตอร์ 3 เฟส • ลดค่า Peak kW Demand เพื่อจัดการด้านพลังงานไฟฟ้า • ใช้งานง่ายด้วยปุ่มปรับหมุน สามารถเลือกเวลาช่วง Start แบบ Star เป็นวินาที หรือ นาทีได้ในตัวเดียวกัน • ง่ายในการติดตั้งด้วย Socket แบบ 11 ขา • มีปุ่มปรับ Dif ช่วงเวลาห่างระหว่าง Star และ Delta การทำงาน      เครื่องตั้งเวลา PM-022 เมื่อจ่ายแรงดันไฟเลี้ยงเข้าที่ตัวเครื่อง 220 VAC ที่ขั้ว 2, 9 และ 380 VAC ขั้ว 2, 10 Jump 5, 6 เป็น (min) นาที หรือ 6, 7 เป็น (sec) วินาที บิดปุ่มปรับเวลา ปรับให้ได้เวลาที่ต้องการแล้วปรับ D.T. ตามต้องการ เครื่องจะทํางานเป็น Star รีเลย์ทํางาน LED สีเขียวจะติดและทำงานตามเวลาที่ตั้งไว้ เมื่อครบกำหนดเวลาที่ตั้งไว้รีเลย์จะหยุดทํางาน LED สีเขียวจะดับก่อนที่จะเป็น Delta D.T. จะหน่วงเวลา 100-1100 ms พอครบกำหนด D.T. หน่วงเวลารีเลย์จะทำงาน LED สีแดงจะติดและทำงานเป็น Delta ทันที และทํางานตลอดไปจนกว่าจะหยุดจ่ายไฟเลี้ยงเข้าที่ตัวเครื่อง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9594, 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
Signal Tower Light ไฟอะลาร์มแจ้งเตือนสำหรับงานอุตสาหกรรม

  TL40-Series คุณสมบัติ • ขนาดเล็กกะทัดรัดเพียง 40 mm. • ติดตั้งได้ง่ายด้วยอุปกรณ์ Bracket (ฐานตั้ง) พร้อมกับ Pole (ขา) ที่มีให้เลือก 4 แบบ ครบชุด • สามารถเลือกจำนวนชั้นและจำนวนสีได้สูงสุด 5 ชั้น 5 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีเขียว สีน้ำเงิน และสีขาว และสามารถถอดประกอบสลับเปลี่ยนตำแหน่งของสีในแต่ชั้นได้ง่ายตาามความต้องการ • การแจ้งเตือนสัญญาณไฟมีทั้งแบบติดต่อเนื่องและแบบติดกระพริบพร้อม Buzzer สัญญาณเสียงแจ้งเตือนที่มีความดังสูงสุด 90 dB ในระยะ 1 เมตร • Output แบบ Push-Pull ชนิด NPN, PNP, Open Collertor การทำงาน • เมื่อทำการติดตั้งและต่อวงจรตามรูปการต่อใช้งานและเมื่อ Switch สั่ง ON ตามตำแหน่งสีของ TL40 หลอดไฟของตำแหน่งนั้นจะสว่างขึ้นตาม Function ที่ต้องการเพื่อเตือนให้ผู้ปฏิบัติงานได้ทราบถึงสถานะของเครื่องจักร เช่น      - Green หมายถึง เครื่องจักรกำลังทำงาน      - Yellow หมายถึง แจ้งผู้ปฏิบัติงานมาดูเครื่องจักร      - Red หมายถึง เครื่องจักรหยุดการทำงานหรืออื่น ๆ • นอกจากนั้นยังมี Buzzer ส่งเสียงเตือนในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานอยู่ไกลจากเครื่องจักรได้ 3 แบบ ที่ความดัง 90 dB Max (at 1M.) หรือส่งข้อมูลแจ้งเตือนผ่าน Computer ด้วย RS-485 ได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9594, 090-197-9594 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
Air Condition For Control Boxes

  PE-2700 คุณสมบัติ • เป็นแอร์รักษาอุณหภูมิและความชื้นภายในตู้คอนโทรล • มีระบบควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ และแสดงผลที่ชัดเจน • มีระบบแจ้งเดือน และป้องกันความเสี่ยงในการเสียหาย • มีระบบป้องกันทางด้านน้ำทิ้งอุดตัน • มีปริมาณลมเย็นที่คงที่ • มีโครงสร้างที่ทนต่อสภาพหน้างาน   PE-7000 คุณสมบัติ • เป็นแอร์รักษาอุณหภูมิและความชื้นภายในตู้คอนโทรล • มีระบบควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ และแสดงผลที่ชัดเจน • มีระบบแจ้งเดือน และป้องกันความเสี่ยงในการเสียหาย • มีระบบป้องกันทางด้านน้ำทิ้งอุดตัน • มีปริมาณลมเย็นที่คงที่ • มีโครงสร้างที่ทนต่อสภาพหน้างาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 085-347-7599, 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
PLC+HMI All in One Unit

US5-B10-B1 คุณสมบัติ • จอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว แต่มีความสามารถเท่ากับรุ่นท็อป 15 นิ้ว ได้แก่ Ethernet/IP • VNC • FTP • Web Server • Video, MP3, SQL • สามารถขยาย I/O ได้ถึง 2,048 I/O PLC • Variety of I/O options including high-speed and temperature measurement • Auto-tune PID • Recipe programs and data logging via Data Tables & Sampling • Micro SD card – log, backup, clone & more • Trends • Media files: Video*, Audio* and PDF viewer • UDFBs and Structs HMI • High quality touchscreen • Multi Language • Built-in image library • UniApps V700-T20BJ คุณสมบัติ PLC • สามารถใช้งานร่วมกับ Snap-in I/O ได้ • I/O options include high - speed,temperature & weight measurement • Auto-tune PID, up to 24 independent loops • Micro SD card-log, backup, clone & more • สามารถสื่อสารแบบ RS232/485, Ethernet,CANBUS และ USB ได้ HMI • จอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว • จอแสดงผลชนิด TFT ความละเอียดสี 65,536 สี + LED Backlight • แสดงผลในรูปแบบกราฟเส้นได้ • IP66/65/NEMA4X สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 098-279-5788, 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
Immersion Heater (ฮีตเตอร์จุ่ม)

คุณสมบัติ Immersion Heater (ฮีตเตอร์จุ่ม) •  Immersion Heater เป็นฮีตเตอร์ที่ใช้ให้ความร้อนกับของเหลวทุกชนิด • สามารถเลือกการติดตั้งทั้งเกลียวและหน้าแปลน • ผลิตด้วยสแตนเลสคุณภาพดี • ผลิตได้ตามขนาดและกำลังไฟฟ้าได้ตามต้องการ คุณลักษณะ Immersion Heater (ฮีตเตอร์จุ่ม)      Immersion Heater เป็นฮีตเตอร์สำหรับงานให้ความร้อนกับของเหลว โดยสามารถติดตั้งได้ทั้งแบบเกลียว หรือหน้าแปลน ข้อควรระวังในการใช้งานของฮีตเตอร์ชนิดนี้ จะต้องคำนึงถึงระยะ Heat Zone จะต้องไม่ให้โผล่พ้นของเหลว เพราะจะมีผลให้เกิดการเผาตัวเองและขาดในที่สุด ลักษณะการใช้งาน Immersion Heater (ฮีตเตอร์จุ่ม)      ใช้ให้ความร้อนกับของเหลวทุกชนิด เช่นต้มน้ำ, อุ่นน้ำมัน, อุ่นสารเคมี เป็นต้น ***โดยทางบริษัทฯ รับผลิต Immersion Heater (ฮีตเตอร์จุ่ม) ตามแบบที่ลูกค้าต้องการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 098-279-5788, 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
Area Sensor Light Curtian / Machine Safety Device เซ็นเซอร์ตรวจจับแบบม่านลำแสง

Area Sensor Light Curtian / Machine Safety Device เซ็นเซอร์ตรวจจับแบบม่านลำแสง Area Sensor Light Curtian SMNA-Series / SMNB-Series คุณสมบัติ • อุปกรณ์ตรวจจับวัตถุแบบม่านลำแสง • โครงสร้างบาง กะทัดรัด ทำให้ประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง • มีระยะห่างระหว่าง Beam Pitch มี 2 แบบ คือ 25mm. (SMNB-Series) และ 40mm. (SMNA-Series) • สามารถเลือกย่านการตรวจจับได้สูงสุด 7M. • มี LED แสดงสถานะการทำงาน • ระดับป้องกัน IP65 , มาตรฐาน CE LVD • N-Series เป็นอุปกรณ์ตรวจจับแบบม่านแสงที่ราคาย่อมเยา สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายในระบบงานอุตสาหกรรม • N-Series จะประกอบด้วยตัวส่ง (Tx) และ เครื่องรับ (Rx) • มี 2 Output คือ 1 PNP Output และ 1 NPN Output • ขั้วต่อคอนเน็กเตอร์ M12 x 4 ขา ใช้ได้กับ Tx และ Rx • ย่านการวัด 0.5M. ถึง 2.5M. (สำหรับรุ่น NA-X(P),NB-X(P)) และย่านการวัด 1M. ถึง 7M. (สำหรับรุ่น NA-X(LP),NB-X(LP) • สำหรับรุ่นออกสายเป็น Option มีให้เลือก 3M. และ 10M. • อุปกรณ์สำหรับยึดติดตั้ง (Bracket) ทำให้ง่ายต่อการติดตั้งใช้งาน Machine Safety Device 1000+ Series คุณสมบัติ • อุปกรณ์ตรวจจับวัตถุแบบม่านลำแสง ได้รับมาตรฐาน IEC61496-1/-2 (TYPE2) • เหมาะสำหรับติดตั้งบริเวณเครื่องจักร ที่มีพื้นที่มีความอันตรายสูง • มีระยะห่างระหว่าง Beam Pitch ที่ 30mm. , 40mm. , 45mm. , 50mm. • สามารถเลือกย่านการตรวจจับได้ 0.5M. ถึง 10M. • ติดตั้งง่าย ประสิทธิภาพสูง สามารถป้องกันสัญญาณรบกวนได้ • มี LED แสดงสถานะการทำงาน • ระดับป้องกัน IP65 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-880-8240 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
พัดลม BLOWER สำหรับงานอุตสาหกรรม

CY100A2P2 : Centrifugal Blower (Forward-Curved) คุณสมบัติ • Reted Voltage 1 Phase 110/220 VAC 50 Hz • 2 Pole • Current 0.6A (for 110 VAC) , 0.30A (for 220 VAC) • Power 45 Watt • Weitht 2.4 kg.   CY150MN2P2 / CY150MN2P3 : Centrifugal Blower (Forward-Curved) คุณสมบัติ • Reted Voltage 1 Phase 110/220 VAC , 3 Phase 220/380 VAC 50 Hz • 2 Pole • Current 5.0A (for 110 VAC , 1 Phase) , 2.5A (for 220 VAC , 1 Phase) , 2.5A (for 220 VAC , 3 Phase) , 1.5A (for 380 VAC , 3 Phase) • Power 3/4 HP • Weitht 13 kg. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
THREE PHASE VOLT-AMP kWh-METER WITH PROTECTION RELAY

THREE PHASE VOLT-AMP kWh-METER WITH PROTECTION RELAY คุณสมบัติ • KM-22 เป็นมิเตอร์วัดค่าแรงดันไฟฟ้า(V), กระแสไฟฟ้า(A), พลังงานไฟฟ้า(kWh) พร้อมทั้งรีเลย์ป้องกันไฟตก-ไฟเกินได้ สําหรับระบบไฟ 3 เฟส • ย่านการวัดแรงดันไฟฟ้า20-500VAC • ย่านการวัดกระแส 0.02-5A, แสดงค่ากระแสสูงสุดได้ 9999A โดยผ่าน C.T. ratio range 1-2000 (10000/5A) • kw, kWh, Hour Counter, Counter Display With Relay Output • Under and Over Voltage, Phase Sequence, Phase Loss, Asymmetry Protection Relay • Under and Over Current Protection Relay • Peak Hold for Maximum ของค่าแรงดันไฟฟ้า (V), ค่ากระแสไฟฟ้า (A), และค่ากําลังไฟฟ้า (kW) • Fault Display With Memory • RS-485 MODBUS RTU • LED แสดงค่าที่วัดได้แต่ละ Phase , Output และ Peak • Manual / Auto Display ค่ากระแส และแรงดันไฟฟ้าในแต่ละเฟส • สามารถดูค่า P.F. (Power Factor) รวมของทั้งระบบได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
HEATERS (ฮีตเตอร์)

HEATERS (ฮีตเตอร์)      ฮีตเตอร์เป็นอุปกรณ์ให้ความร้อนแก่ชิ้นงานในโรงงานอุตสาหกรรม โดยส่วนประกอบส่วนใหญ่ของฮีตเตอร์ (Heater) มีดังนี้         - ฉนวนแมกนีเซียมอกไซด์ (MgO)         - แสตนเลส (Stainless) Stainless 304, Stainless 316         - ลวดฮีตเตอร์ (Heater): R80 HEATER ถูกแบ่งออกเป็นชนิดต่าง ๆ ตามลักษณะการใช้งานดังนี้ Cartridge Heater (ฮีตเตอร์แท่ง)      มีลักษณะเป็นแท่งเหมาะสำหรับใช้ให้ความร้อนกับชิ้นงานที่เป็นของแข็งหรือแม่พิมพ์,โมลต่าง ๆ เช่น เหล็ก, อลูมิเนียม ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน เช่น งานบรรจุหีบห่อ, งานขึ้นรูปเซรามิค ,พลาสติก     Strip Heater (ฮีตเตอร์แผ่น)      มีลักษณะเป็นแผ่น สามารถออกแบบให้เป็นรูปทรงต่างๆ ได้ เช่น ทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส, ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า, ทรงกลม เป็นต้น   ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน เหมาะสำหรับใช้ให้ความร้อนกับชิ้นงานโดยแนบกับชิ้นงานโดยตรง     ใช้ติดข้างนอกของถังหรือท่อ เพื่ออุ่นหรือต้มของเหลว เช่น น้ำ, น้ำมัน และของเหลวทั่วไป   Band Heater  (ฮีตเตอร์รัดท่อ)      มีลักษณะเป็นวงแหวน ใช้รัดกับท่อ หรือถังทรงกระบอก เพื่อให้ความร้อนภายใน ส่วนใหญ่จะเป็นงานพลาสติก  หรืองานอุ่นของเหลวภายในท่อ     ลักษณะการติดตั้ง     ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน      การนำไปใช้งานกับเครื่องฉีดพลาสติก          การนำไปใช้งานกับเครื่องอุ่นกาว   Tubular Heater (ฮีตเตอร์ท่อกลม)      ใช้ให้ความร้อนได้กับทั้งอากาศและของเหลว       ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน     Immersion Heater (ฮีตเตอร์จุ่ม-ต้มน้ำ)      ใช้ให้ความร้อนกับของเหลวทุกชนิด เช่น งานต้มน้ำ , ต้มน้ำมัน  วัสดุสแตนเลส 304 สำหรับของเหลวทั่วไป วัสดุที่เป็นอินโคลอย (Incoloy) สำหรับของเหลวที่ระบายความร้อนช้า วัสดุที่เป็นสแตนเลส 316 สำหรับของเหลวที่กัดกร่อน   ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน Finned Heater (ฮีตเตอร์ครีบ)      เป็นฮีตเตอร์ที่ใช้หลักการให้ความร้อนโดยการพาความร้อน  ใช้กับอากาศเท่านั้น ตัวครีบจะเป็นตัวระบายความร้อนออกจากตัวฮีตเตอร์ ส่วนใหญ่จะใช้กับงาน เตาอบ  เหมาะสำหรับงานให้ ความร้อนกับอากาศ ให้ความร้อนคงที่สม่ำเสมอ ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และงานอบทั่วไป   ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน      ใช้สำหรับงานที่ต้องให้ความร้อนกับอากาศ เช่น อบสี, อบชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์, อบไล่ความชื้น, อบใยผ้า, อบแม่พิมพ์, อบพลาสติก  เป็นต้น     Infrared Heater      เป็นฮีตเตอร์ที่แผ่รังสีอินฟราเรดให้กับชิ้นงานได้สม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้ได้อุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย โดยมีแบบให้เลือกทั้งแบบ Black และแบบ Quartz   ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน      นำไปใช้ในงานอบไล่ความชื้น เช่น อบสีรถยนต์, อบชิ้นส่วนอะไหล่รถ, อบเพื่อแปรรูปพืชผลทางการเกษตร, ใช้ในโรงพยาบาลเพื่อให้ความอบอุ่นกับคน เป็นต้น       Bobbin Heater      เป็นฮีตเตอร์แบบจุ่มชนิดหนึ่ง  ถูกออกแบบสำหรับให้ความร้อนกับของเหลว สารเคมี  เมื่อฮีตเตอร์เสียสามารถถอดซ่อมได้  เหมาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมเคมีต่าง ๆ ทั่วไป ที่มีการอุ่นหรือให้ความร้อนกับสารเคมี ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน      นำไปใช้อุ่นหรือต้มน้ำยาเคมี และของเหลวเกือบทุกชนิด  งานชุปโลหะ เช่นชุบโครเมี่ยม ,ซิงค์ เป็นต้น Coil Heater & Hot Air Heater   ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน      เตาอบ ทำงานโดยอาศัยหลักการของการแผ่ความร้อนจาก Heater Coil   ตำแหน่งที่วาง Coil  และมีพัดลมพัดพาความร้อนให้กระจายทั่วถึง   ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน   Circulation Heater   โครงสร้างของ Circulation  Heater   ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน Quartz heater      เป็นฮีตเตอร์ที่มีลักษณะเป็นแท่งแก้ว  สามารถทนการกัดกร่อนของกรดและด่างได้ดี สามารถถ่ายเทความร้อนได้ทั่วแท่งแก้ว นิยมใช้ในอุตสาหกรรมงานชุบชิ้นงาน , งานต้มของเหลวต่าง ๆ หรืองานอบที่ให้อุณหภูมิความร้อนแบบเร็ว โครงสร้างของ Quartz  Heater ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน      งานชุบชิ้นงาน , งานต้มของเหลวต่าง ๆ เช่น ใช้ในงานต้มน้ำ ต้มสารเคมี กรด ด่าง ต่าง ๆ หรืองานอบที่ให้อุณหภูมิความร้อนแบบเร็ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com

Image Alternative text
Temperature Sensor Thermocouple - RTD

เทอร์โมคัปเปิล (Thermocouple)      เทอร์โมคัปเปิล คืออุปกรณ์วัดอุณหภูมิที่อาศัยหลักการการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิหรือความร้อนเป็นแรงเคลื่อนไฟฟ้า เทอร์โมคัปเปิลทำมาจากโลหะตัวนำที่ต่างชนิดกัน 2 ตัว มาเชื่อมต่อปลายทั้งสองเข้าด้วยกัน โดยที่ปลายด้านที่เชื่อมติดกัน เรียกว่าจุดวัดอุณหภูมิ ส่วนปลายอีกด้านหนึ่งปล่อยเปิดไว้ เรียกว่าจุดอ้างอิง Class ของเทอร์โมคัปเปิล (Class of Thermocuple)      เทอร์โมคัปเปิล แบ่งออกเป็น Class เพื่อวัตถุประสงค์ให้เกิดความเหมาะสม คุ้มค่าในการเลือกใช้เทอร์โมคัปเปิลกับงานที่มีความแตกต่างกัน เช่น งานที่ต้องการความละเอียดแม่นยำในการวัดค่าสูง กับงานที่ต้องการความละเอียดไม่สูงมากนัก ซึ่งเทอร์โมคัปเปิล แบ่งออกเป็น 2 Class คือ      Class 1 มีค่าความคลาดเคลื่อนต่ำ ย่านวัดแคบ      Class 2 มีค่าความคลาดเคลื่อนสูง ย่านวัดกว้าง      โดยในอุตสาหกรรมทั่ว ๆ ไป จะนิยมใช้เทอร์โมคัปเปิล Class 2 เนื่องด้วยราคาที่ย่อมเยากว่า แต่ถ้าเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความละเอียดสูงและอุณหภูมิสูง จะนิยมใช้เทอร์โมคัปเปิล Class 1 และทางไพรมัส จะทำ Class 2 เป็นรุ่นมาตรฐาน กราฟแสดงค่าความคลาดเคลื่อนของเทอร์โมคัปเปิลชนิด K Class 1 และ Class 2 ปัจจุบันเทอร์โมคัปเปิลที่ทาง บริษัท ไพรมัส จำกัด มีผลิตและจำหน่าย คือ Thermocouple Type K, J, R, S, T, N (มาตรฐาน JIS) เทอร์โมคัปเปิลแบบ J      ให้ค่าการเปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าต่ออุณหภูมิดี นิยมใช้กับงานทั่วไป ราคาไม่แพง เหมาะสำหรับใช้งานที่อุณหภูมิไม่เกิน 760 ํC ไม่เหมาะกับงานที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 ํC นิยมใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก เทอร์โมคัปเปิลแบบ K      เป็นเทอร์โมคัปเปิลชนิดที่นิยมใช้แพร่หลายมากที่สุด สามารถวัดอุณหภูมิได้สูงกว่าแบบ J และมีราคาถูกกว่า ทนอุณหภูมิได้ถึง 1300 ํC และที่อุณหภูมิต่ำถึง -250 ํC มีค่าความเป็นเชิงเส้นสูงที่สุดเมี่อเปรียบเทียบกับเทอร์โมคัปเปิลชนิดอื่น ให้แรงดันไฟฟ้าทางด้านเอาต์พุตสูง สามารถใช้กับงานที่มีการแผ่รังสีความร้อนได้ ไม่เหมาะกับงานในสภาวะสูญญากาศ (ยกเว้นการใช้งานในช่วงเวลาสั้น) เทอร์โมคัปเปิลแบบ S และ R      มีคุณสมบัติที่คล้ายกัน แต่แบบ R ให้ค่าแรงดันไฟฟ้าทางด้านเอาต์พุตที่สูงกว่า เหมาะสำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิสูง เช่น เตาหลอมเหล็ก อุตสาหกรรมแก้ว โดยสามารถทนอุณหภูมิได้ถึง 1400 ํC ใช้งานได้ดีในสภาวะที่ไม่เกิดปฏิกิริยาทางเคมี ไม่เหมาะกับงานที่มีสภาวะแบบกัดกร่อน ไม่เหมาะกับงานในสภาวะสูญญากาศ ไม่เหมาะกับงานที่มีไอของโละหะและอโลหะ เทอร์โมคัปเปิลแบบ T      เหมาะสำหรับวัดอุณหภูมิในย่านต่ำ วัดอุณหภูมิอย่างต่อเนื่องได้จากช่วง -185 ํC ถึง 300 ํC และวัดอุณหภูมิแบบช่วงสั้น ๆ ได้จากช่วง -250 ํC ถึง 400 ํC เช่น การวัดอุณหภูมิในห้องเย็นและตู้แช่แข็ง มีเสถียรภาพในการวัดที่ดี สามารถทนต่อบรรยากาศที่มีการกัดกร่อนและมีความชื้นได้ดี ไม่ะหมาะกับงานที่ต้องสัมผัสกับการแผ่รังสีความร้อนโดยตรง เทอร์โมคัปเปิลแบบ N      สร้างจากโลหะผสมของนิกเกิล-โครเมี่ยม-ซิลิกอน (Nicrosil) และโลหะผสมของนิเกิล-ซิลิกอน (Nisil) มีเสถียรภาพต่ออุณหภูมิดีเยี่ยม มีอายุการใช้งานยาวนานที่อุณหภูมิสูง ให้แรงดันสูงกว่าเทอร์โมคัปเปิลอุณหภูมิสูง ๆด้วยกันและราคาถูก ทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ลักษณะการประกอบตัวเทอร์โมคัปเปิลเข้ากับ Metal Sheath มี 3 วิธี ดังนี้      1. แบบเปลือย (Exposed Junction) ให้ผลการวัดที่ไวที่สุด (Minimum Response Time) จุดต่อสำหรับวัดสัมผัสกับของเหลว (Fluid) ที่ต้องการวัดโดยตรง ผลเสียของแบบเปลือย คือ ชำรุดเสียหายง่ายและอายุการใช้งานสั้น ไม่เหมาะสำหรับงานความดันสูงหรือ Fluid ที่มีการกลั่นตัว      2. แบบ Grounded Junction สายทั้งคู่ของเทอร์โมคัปเปิ้ลที่เชื่อมติดกัน จะถูกเชื่อมต่อลงบนส่วนปลายท่อโลหะของ Metal Sheath อีกทีหนึ่ง สามารถใช้ได้กับ Fluid ที่เป็นสารกัดกร่อน ให้ผลการตอบสนองต่ออุณหภูมิไวกว่าแบบ Ungrounded Junction แต่มีข้อเสียคือ ถ้ามีกระแสไฟรั่วจากอุปกรณ์อื่นมาที่ Metal Sheath จะทำให้ค่าวัดอุณหภูมิผิดพลาดได้      3. แบบ Ungrounded Junction ใช้ได้กับ Fluid ที่เป็นสารกัดกร่อน มีอายุการใช้งานยืนยาวที่สุด แต่มีข้อเสียคือ ให้ผลการวัดช้า เหมาะกับงานที่อุณหภูมิไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ในอุตสาหกรรมใช้แบบนี้เกือบทั้งหมด      ชีทเทอร์โมคัปเปิล (Sheath Thermocouple) คือ เทอร์โมคัปเปิลที่ตัว Metal Sheath ผลิตสำเร็จรูปมาพร้อมกับตัวสายเทอร์โมคัปเปิลเลย จึงทนอุณหภูมิได้สูงกว่าแบบธรรมดามาก เพราะฉนวนไฟฟ้าที่อยู่ระหว่าลวดเทอร์โมคัปเปิลกับ Metel Sheath จะถูกบีบอัดแน่นกว่าปกติหลายเท่า ท่อ Metal Sheath มักทำจากโลหะเหนียวและยืดหยุ่น สามารถดัดท่องอได้ตามความเหมาะสมกับงาน Resistance Temperature Detectors : RTD      RTD คือ อุปกรณ์วัดอุณหภูมิ ที่ใช้หลักการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานของโลหะ ซึ่งค่าความต้านทานดังกล่าวจะมีค่าเพิ่มตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น นิยมนำไปใช้ในการวัดอุณหภูมิในช่วง -270 to 850 °C โดย RTD ที่ทางไพรมัสผลิตและจำหน่ายจะทำจาก แพลทินัม เป็นแบบที่นิยมใช้มากที่สุด นั่นคือ PT-100, PT-1000 มีความแม่นยำ เที่ยงตรงสูง ซึ่งมีทั้งแบบ 3 สาย (standard) และ 4 สาย จะมีค่า 100 โอห์ม ที่ 0 ํC      PRT ย่อมาจาก Platinum Resistance Thermometers อาจเรียกสั้น ๆ ว่า Pt ซึ่งคือเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิซึ่งใช้ลวดความต้านทานเป็นแพลทินั่ม (Platinum) เนื่องจากมีความเที่ยงตรง (precision) และมีความเป็นเชิงเส้น (linearity) สูงที่สุดของกราฟระหว่างอุณหภูมิกับความต้านทาน แต่มีราคาค่อนข้างแพงเมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุชนิดอื่น จึงนิยมใช้ Pt 100 ในงานวัดที่ต้องการความละเอียด ส่วน Pt 500 และ Pt 1000 เหมาะสมกับงานที่ต้องการความละเอียดมากขึ้นกว่า Pt 100 กราฟค่าความต้านทานที่อุณหภูมิต่าง ๆ ของ RTD Pt 100 การเลือกใช้เทอร์โมคัปเปิล หรือ RTD Pt100      เซ็นเซอร์ทั้งสองชนิดต่างใช้วัดอุณหภูมิในช่วงต่าง ๆ ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทและความละเอียดของงานที่ต้องการวัด เช่น      งานที่ใช้อุณหภูมิต่ำถึงปานกลาง ประมาณ -200 ถึง 800 ํC สามารถใช้เซ็นเซอร์ได้ทั้งแบบ RTD และ เทอร์โมคัปเปิล      งานที่ต้องใช้อุณหภูมิที่สูงมากกว่านั้นควรใช้เซ็นเซอร์แบบเทอร์โมคัปเปิล ข้อแตกต่างของเทอร์โมคัปเปิล กับ RTD Pt100 ข้อดีและข้อเสียของเทอร์โมคัปเปิล กับ RTD Pt100 วิธีการตรวจเช็คเทอร์โมคัปเปิล   กรณีที่ต้องการเช็คว่าเทอร์โมคัปเปิล ว่าเป็นชนิดใด      1. ดูจากภายนอกโดยดูจากสีของสายที่ออกมา      2. ต่อเข้ากับ Temperature Controller แล้วลองตั้งค่าพารามิเตอร์ของ Input ดูว่าพารามิเตอร์ใดใกล้เคียงกับอุณหภูมิจริงมากที่สุด แสดงว่าเป็นชนิดนั้น   กรณีที่ต้องการเช็คว่าเทอร์โมคัปเปิลใช้งานได้หรือไม่      1. ใช้มิเตอร์วัดถ้ามีค่าความต้านทานขึ้นแสดงว่าเทอร์โมคัปเปิลสามารถใช้งานได้ตามปกติ วิธีการตรวจเช็คเทอร์โมคัปเปิล วิธีการตรวจเช็ค RTD Pt100   RTD มีทั้งแบบ 2 สาย, 3 สาย และ 4 สาย กรณีที่ต้องการเช็คว่าเป็น RTD ชนิดใด Pt100, Pt1000      1. ใช้มิเตอร์วัด           1.1 ถ้าเป็น Pt100 ค่าจะขึ้นอยู่ที่ประมาณ 100 กว่าโอห์ม เมื่อเทียบกับอุณหภูมิห้อง           1.2 ถ้าเป็น Pt1000 ค่าจะขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1000 กว่าโอห์ม เมื่อเทียบกับอุณหภูมิห้อง วิธีการตรวจเช็ค RTD Pt100 การดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งาน      1. ทำความสะอาด เช่น กรณีใช้กับของเหลวประเภทสารเคมี ควรหมั่นทำความสะอาดเพื่อไม่ให้สารเคมีเกาะบริเวณท่อจนเกินไป เพราะจะส่งผลให้การวัดอุณหภูมิช้าและเพี้ยนได้      2. การเลือกหัววัดอุณหภูมิใช้งานให้ถูกประเภท ถูกกับลักษณะงาน เช่น อุณหภูมิสูง ๆ ควรเลือกใช้เป็นเทอร์โมคัปเปิล หรืองานที่ต้องการความละเอียดในการอ่านอุณหภูมิควรเลือกเป็น RTD Pt100      3. การเลือกใช้สายและระยะการเดินสายใช้งาน เช่น ถ้าใช้ในอุณหภูมิสูงที่สายต้องสัมผัสกับความร้อนโดยตรง ควรเลือกใช้เป็นสายไฟเบอร์กลาสหุ้มชิลล์ เป็นต้น PTC & NTC      นอกเหนือจาก เทอร์โมคับเปิล และ RTD แล้ว เราก็ยังมีอุปกรณ์วัดอุณหภูมอื่น ๆ คือ PTC เป็นตัววัดอุณหภูมิโดยอาศัยหลักการ เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นความต้านทานก็จะเพิ่มขึ้น และ NTC เป็นตัววัดอุณหภูมิโดยอาศัยหลักการ เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นความต้านทานก็จะลดขึ้น ซึ่งจะเหมาะสมกับการใช้งานที่อุณหภูมิที่ไม่สูงมากนัก -30 ํC ถึง130 ํC สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : www.primusthai.com    

Image Alternative text
Photoelectric Sensor ตรวจจับวัตถุได้อย่างไร

Photoelectric Sensor ทำงานอย่างไร มีแบบไหนบ้าง Photoelectric Sensor ทำงานโดยใช้หลักการของแสง โดยแบ่งเป็นชนิดต่างๆ ดังนี้         1. เซนเซอร์ ชนิด ตัวรับ - ตัวส่ง Thru Beam โดยลักษณะของ Photoelectric sensor นี้ มีตัวรับและตัวส่งแยกกัน ตัวหนึ่งจะเป็นตัวส่งแสง (Emitter Head)  อีกด้านหนึ่งเป็นตัวรับแสง  หรือที่เรียกว่า (Receiver Head)  เมื่อมีวัตถุตัดผ่านตรงกลางระหว่าง Photo sensor  2 ตัว ทำให้ตัวรับแสง ไม่ได้รับแสงหรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า (Dark on) outputจะทำงาน         ข้อดีของ Photoelectric Sensor Type Thru Beam นี้คือ สามารถ ตรวจจับวัตถุ ได้ในระยะที่ไกล พื้นผิวและสีของวัตถุไม่มีผลต่อการตรวจจับ             Dark on คือสถานะของ Outputจะทำงาน ON เมื่อมีวัตถุมาอยู่ด้านหน้า Photoelectric Sensor แล้วไม่มีแสงผ่านมายังตัวรับแสง ดังรูป     เซนเซอร์ ชนิด ตัวรับ - ตัวส่ง Photoeletric Sensor Thru Beam     2. เซนเซอร์ ชนิด แผ่นสะท้อน Photoelectric sensor Type Retro reflective   นี้ มีตัวรับและตัวส่งอยู่ในตัวเดียวกัน ตัวหนึ่งจะเป็นตัวส่งแสง (Emitter)  และภายในตัวของมันเองก็มีตัวรับแสง (Receiver)  การตรวจจับวัตถุนี้จะอาศัยแผ่นสะท้อนเป็นตัวสะท้อนแสงกลับมายังตัวรับที่อยู่ภายในตัวของมันเองและ เมื่อมีวัตถุตัดผ่านตรงกลางระหว่าง Photo sensor กับแผ่นสะท้อน ทำให้ตัวรับแสง ไม่ได้รับแสงหรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า (Dark on) outputก็จะทำงาน          ข้อดีของ Photoelectric Sensor Type Retro reflective หรือ เซนเซอร์ ชนิดใช้แผ่นสะท้อนแสงคือ ติดตั้งง่าย เนื่องจากเดินสายไฟเพียงด้านเดียวส่วนอีกด้านหนึ่ง ใช้แผ่นสะท้อนติดไว้ได้เลย  พื้นผิวและสีของวัตถุไม่มีผลต่อการตรวจจับ          Dark on คือสถานะของ Outputจะทำงาน ON เมื่อมีวัตถุมาอยู่ด้านหน้า Photoelectric Sensor แล้วไม่มีแสงผ่านมายังตัวรับแสง ดังรูป   เซนเซอร์ ชนิด แผ่นสะท้อน Photoelectric sensor Type Retro reflective   3. เซนเซอร์ ชนิด สะท้อนวัตถุโดยตรง Photoelectric sensor Type Diffuse reflective   นี้ มีตัวรับและตัวส่งอยู่ในตัวเดียวกัน ตัวหนึ่งจะเป็นตัวส่งแสง (Emitter)  และภายในตัวของมันเองก็มีตัวรับแสง (Receiver)  การตรวจจับวัตถุนี้จะอาศัยแผ่นสะท้อนกับวัตถุโดยตรงกลับมายังตัวรับที่อยู่ภายในตัวของมันเองและ เมื่อมีวัตถุตัดผ่านด้านหน้าของ Photoeletric Sensor ลำแสงจะตกกระทบกับวัตถุและสะท้อนกลับมายังตัวรับที่อยู่ภายในตัวรับแสง หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า (light on) outputก็จะทำงาน          ข้อดีของ Photoelectric Sensor Type Retro reflective หรือ เซนเซอร์ ชนิดใช้แผ่นสะท้อนแสงคือ ติดตั้งง่าย เนื่องจากเดินสายไฟเพียงด้านเดียวส่วนอีกด้านหนึ่ง ใช้แผ่นสะท้อนติดไว้ได้เลย  พื้นผิวและสีของวัตถุไม่มีผลต่อการตรวจจับ         Light On คือ สถานะของ Output จะทำงาน ON เมื่อมีวัตถุมาอยู่ด้านหน้า Photoelectric Sensor แล้วมีแสงสะท้อนมายังตัวรับแสง  ดังรูปด้านล่าง     เซนเซอร์ ชนิด สะท้อนวัตถุโดยตรง Photoelectric sensor Type Diffuse reflective       

Image Alternative text
การควบคุมอุณหภูมิในงานอุตสาหกรรมด้วย Temperature Controller

ควบคุมอุณหภูมิในงานอุตสาหกรรมด้วย Temperature Controller CMA-Series คุณสมบัติ • เครื่องควบคุมอุณหภูมิ Temp Control แบบอะนาลอก(แบบเข็ม) • รับอินพุทจาก Thermocouple Type k • ย่านการวัดอุณหภูมิ 0-200 ํC และ 0-400 ํC • เอาท์พุทแบบ Relay Contact 5A ,250 VAC และ SSR ,Solid State Relay,(12VDC) • การควบคุมแบบ ON/OFF TMD-Series คุณสมบัติ • เครื่องควบคุมอุณหภูมิ Temp Control แสดงผลแบบดิจิตอล  • รับอินพุทประเภท Thermocouple Type K,J และ RTD (PT100)  • เอาท์พุทแบบ Relay Contact และ SSR ,Solid State Relay, • Alarm Output แบบ Relay Contact Model. • การควบคุมแบบ ON-OFF และ Proportional (P-Control) • ย่านการวัดและความคุมอุณหภูมิ 0-400 ํC TTM-i4N คุณสมบัติ • เครื่องควบคุมอุณหภูมิ Temp control และแสดงผลแบบดิจิตอล ทำให้ระบบมีเสถียรภาพตรงตาม Setpoint ด้วยการทำงานของ Uitra-Fuzzy Control สามารถป้องกัน Over Shoot ได้ • 4 Digit LCD with black light • สามารถรับอินพุทได้ทั้งแบบ Thermocouple และ PT100      - Thermocouple: Type K, J, R, T, N, S, B      - RTD: PT100, JPT100 • 1 Output 2 Alarm (Alarm สามารถเลือกให้ทำหน้าที่ Alarm หรือเป็น Output ควบคุม Heat / Cool ได้) TTM-00Series TTM-004   TTM-005   TTM-007   TTM-009    คุณสมบัติ • เครื่องควบคุมอุณหภูมิ Temp Control หรือ Process ต่าง ๆ แบบดิจิตอล • แสดงผลด้วย 7-Segment 2 แถว 4 หลัก (7-Segment สีเขียวแสดงค่า PV และ สีแดงแสดงผลค่า SV) • รับอินพุทประเภท      - Thermocouple Type K,J,T,R,N,S,B      - RTD PT100, JPT100      - Current : 4-20mADC                           - Voltage : 0-5VDC • การควบคุมแบบ PID Control (Auto-Tunning, Self-Tunning), ON/OFF • มีเอาท์พุทให้เลือกแบบ      - Relay Contact (250VAC, 3A)              - SSR Solid state Relay  Drive Voltage (0-12VDC) - Current (4-20mA) • มีอะลาร์มแบบ Relay Contact และสามารถเปลี่ยนอะลาร์มที่ 2 เป็น Output 2 ได้ • มี Option ให้เลือกแบบ      - Relay Contact (250VAC,3A)               - SSR,Solid State Relay,Drive Voltage (0-12VDC)      - CT Input                                           - Digital Input      - Communication RS-485                     - Transfer Output : 0-1mVDC, 0-1VDC, 0-5VDC, 1-5VDC, 0-10VDC, 4-20mA • เอาท์พุทสามารถเลือกการทำงานได้ทั้งแบบ Heating และ Cooling สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : http://www.primusthai.com/primus/category?CategoryID=38&page_num=20

Image Alternative text
อุปกรณ์แปลงสัญญาณทางไฟฟ้าเป็นสัญญาณ Analog 4-20mA, 0-10VDC

อุปกรณ์แปลงสัญญาณทางไฟฟ้าเป็นสัญญาณ Analog 4-20mA, 0-10VDC Digital Signal Transmitter IM-Series • อุปกรณ์แปลงสัญญาณทางไฟฟ้าแบบดิจิตอล ที่มี Display • สามารถแสดงผลของสัญญาณด้านอินพุทและเอาท์พุท • อินพุทและเอาท์พุทแยกอิสระจากกัน (Isolation) • สามารถโปรแกรมเลือกสัญญาณด้านเอาท์พุทแบบ Direct หรือ Inverse ได้ • เอาท์พุทมีสูงสุด 2 เอาท์พุทและมี 4 Alarm Function • สามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์โดยผ่านพอร์ท RS-485 Modbus RTU Protocol Signal Transmitter EM-Series • อุปกรณ์แปลงสัญญาณทางไฟฟ้า • อินพุทและเอาท์พุทแยกอิสระจากกัน (Isolation) • เอาท์พุทมีสูงสุด 2 เอาท์พุท • สามารถเลือกเอาท์พุทได้ทั้งสัญญาณ Direct และ Inverse • มี LED แสดงแรงดันไฟเลี้ยงการทำงาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : http://www.primusthai.com/primus/category?CategoryID=35&page_num=20

Image Alternative text
อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิภายในตู้คอนโทรล, ไฟฟ้า

CMA-001 / CMA-001-E • อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิภายในตู้คอนโทรล, ไฟฟ้า แบบ Analog • มีเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิชนิด PTC 2K ในตัวและหัววัดอุณหภูมิแบบต่อไปยังภายนอก • ตั้งค่า Setpoint อุณหภูมิได้ง่ายด้วยปุ่มปรับ เพื่อควบคุมการ ON/OFF พัดลม • สามารถควบคุมการทำงานของพัดลมหรืออื่น ๆ ได้มากถึง 2 ตัว ด้วย 2 รีเลย์เอาท์พุทแบบ NO/NC CMA-002 • อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิภายในตู้คอนโทรล, ไฟฟ้า แบบ Digital • มีเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิภายในตัว • แสดงอุณหภูมิชัดเจนด้วย 7-Segment 3 หลัก 1 แถว สีแดง (-9.9 to 99.9 ํC) • ตั้งค่า Setpoint อุณหภูมิได้ง่ายด้วยปุ่มปรับ เพื่อควบคุมการ ON/OFF พัดลม • รุ่นนี้มีการเพิ่มฟังก์ชั่นเลือกการควบคุมการ ON/OFF แบบ Heat/Cool และตั้งค่า Delay Time หน่วงเวลาการทำงานของรีเลย์เอาท์พุทได้ 0-999 Sec. สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : http://www.primusthai.com/search?q%5Bsearch%5D=cma-

Image Alternative text
เครื่องตั้งเวลา(Digital Timer) รดน้ำอัตโนมัติแบบไหนดีที่สุด

เครื่องตั้งเวลา(Digital Timer) รดน้ำอัตโนมัติแบบไหนดีที่สุด แบบถ่านหรือแบบไฟฟ้า                                            ระบบถ่าน                                                                              ระบบไฟฟ้า จุดเด่นของเครื่องตั้งเวลา (Digital Timer) รดน้ำต้นไม้อัตโนมัติแบบถ่าน • ติดตั้งได้ง่าย • ไม่ต้อง Wiring สายไฟ • ประหยัดค่าใช้จ่าย จุดเด่นของเครื่องตั้งเวลา(Digital Timer) รดน้ำต้นไม้อัตโนมัติแบบไฟฟ้า • ตัดปัญหาไม่ต้องกังวลเรื่องถ่านหมดแล้วต้องคอยเปลี่ยน • หากอะไหล่ส่วนไหนเสียสามารถซ่อมได้ • สามารถตั้งค่าโปรแกรมและดูค่าต่าง ๆ ผ่าน SMART PHONE ผ่าน WIFI สะดวกกับผู้ใช้งานในยุค Thailand 4.0 • มีเอาท์พุทให้เลือกได้สูงสุด 4 เอาท์พุท แบบ 250VAC 10A (สำหรับ 1 และ 2 เอาท์พุท) และแบบ 250VAC 5A (สำหรับ 3 และ 4 เอาท์พุท) คุณสมบัติ • นาฬิกาตั้งเวลาระบบดิจิตอล แบบรายวันและรายสัปดาห์ • หน้าจอแสดงผลแบบ OLED สามารถมองเห็นได้ชัดเจน • สามารถตั้ง เปิด-ปิด อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ตามเวลาที่ต้องการได้ด้วยปุ่ม Keypad • สามารถตั้งค่าหน่วยเวลาเป็น วินาที, นาที, ชั่วโมง, วัน, เดือน, ปีได้ • สามารถโปรแแกรมวันหยุดล่วงหน้า 30 วัน และช่วงวันหยุดพักร้อนได้ 10 ช่วงเวลา • หน่วยความจำ 99 โปรแกรม (ON/OFF) 1 โปรแกรม (Recycle) การทำงาน      SMW-SERIES เป็นนาฬิกาตั้งเวลา หรือ Timer Switch แบบดิจิตอล ใช้สำหรับตั้งเวลาในการทำงานซึ่งเหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมเวลาในการทำงานโดยสามารถตั้งเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าตามเวลาที่ต้องการ หรือตั้งให้ทำงานแบบ Recycle Timer      สามารถโปรแกรมวันหยุดล่วงหน้าได้ 30 วัน และช่วงวันหยุดพักร้อนได้ 10 ช่วงเวลา นอกจากนี้ Output ยังสามารถสั่ง ON/OFF แบบ Manual ได้ด้วย ในกรณีไฟดับสัญญาณนาฬิกาของ SMW-SERIES ยังทำการนับเวลาต่อไป ไม่จำเป็นต้องตั้งเวลาหรือโปรแกรมการทำงานใหม่      การแสดงผลด้วย OLED Display สามารถมองเห็นได้ชัดเจน และสามารถตั้งเวลาในการปิดหน้าจอ OLED เมื่อไม่มีการกด Keypad ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีของประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่ยุค Thailand 4.0 หากมองในเรื่องของ 1. อายุการใช้งานเครื่องตั้งเวลา(Digital Timer) แบบระบบไฟฟฟ้าจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า เนื่องจากเครื่องตั้งเวลาแบบถ่าน (Digital Timer) นั้นหากถ่านหมดต้องมีการถอดเปลี่ยนถ่านตลอดอาจเกิดการชำรุดได้ 2. โอกาสที่จะเปิดน้ำทิ้งสูงหากใช้เครื่องตั้งเวลาแบบถ่าน(Digital Timer) ในกรณีถ่านหมดเอาท์พุทอาจไม่ทำงานได้ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : http://www.primusthai.com/search?q%5Bsearch%5D=sm

Image Alternative text
เทอร์โมคัปเปิล (Thermocouple) เซ็นเซอร์สำหรับวัดอุณหภูมิ

เทอร์โมคัปเปิล (Thermocouple)      เทอร์โมคัปเปิล คือ อุปกรณ์วัดอุณหภูมิ หรือเซ็นเซอร์สำหรับวัดอุณหภูมิ โดยใช้หลักการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ หรือความร้อนเป็นแรงเคลื่อนไฟฟ้า (emf) Thermocouple ประกอบด้วย ลวดโลหะตัวนำ 2 ชนิดที่แตกต่างกันทางโครงสร้างของอะตอม นำมาเชื่อมปลายทั้ง 2 เข้าด้วยกัน โดยเรียกปลายนี้ว่า Measuring point หรือ Hot junction (จุดวัดอุณหภูมิ) ซึ่งเป็นจุดที่ใช้วัดอุณหภูมิ และจะมีปลายอีกข้างหนึ่งของลวดโลหะปล่อยว่าง ซึ่งเรียกว่า Cold junction (จุดอ้างอิง) ซึ่งหากจุดวัดอุณหภูมิ และจุดอ้างอิง มีอุณหภูมิต่างกันก็จะทำให้มีการนำกระแสในวงจรเทอร์โมคัปเปิลทั้งสองข้าง เทอร์โมคัปเปิล และ RTD Pt100 เซนเซอร์ใช้วัดอุณหภูมิ (Industrial temperature measurement)      ในกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม โดยส่วนใหญ่จะใช้ฮีตเตอร์ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นจนถึงค่าหนึ่งๆ ซึ่งต้องรักษาและควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ จึงมีการใช้เทอร์โมคัปเปิล หรือ RTD Pt 100 ในการวัดอุณหภูมิอาทิเช่น กระบวนการอุตสาหกรรมผลิตอาหาร อุตสาหกรรมโลหะ ปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมทั่วไป โดยจะมีเซนเซอร์หัววัดอุณหภูมิที่นิยมใช้อยู่สองกลุ่มใหญ่ๆ คือ เทอร์โมคัปเปิล (Thermocouples ;TC) และ RTD (Resistance temperature detectors) Pt100      โดยทางบริษัท ไพรมัส จำกัด มีฝ่ายผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้านกลุ่มงาน เทอร์โมคัปเปิล (Thermocouples ;TC) และ RTD (Resistance temperature detectors) Pt100 โดยลูกค้าสามารถระบุแบบตามความต้องการได้ ด้วยคุณภาพของฝ่ายผลิตเราการันตีด้านประสบการณ์ที่มากถึง 20 กว่าปี ลูกค้าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : http://www.primusthai.com/primus/product?productID=900

Image Alternative text
การตรวจวัดและวิเคราะห์การใช้พลังงาน

 การตรวจวัดและวิเคราะห์การใช้พลังงาน      การตรวจวัดการใช้พลังงานเป็นสิ่งจำเป็นในการที่จะทำให้ทราบถึงปริมาณการใช้พลังงานและประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ซึ่งใช้ในการประเมินแนวทางการประหยัดพลังงาน การวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุน ตลอดจนการตรวจสอบติดตามผลการประหยัดที่เกิดขึ้นจริง หลังจากที่ได้ดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงาน พื้นฐานของการตรวจวัดการใช้พลังงานของระบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและระบบที่ใช้พลังงานความร้อน รวมทั้งการประเมินการใช้พลังงานของโรงงานระบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ได้แก่ ระบบส่งจ่ายไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบอากาศอัด ระบบแสงสว่าง ระบบปั๊มน้ำและมอเตอร์ เป็นต้น ส่วนระบบที่ใช้พลังงานความร้อน ได้แก่ ระบบไอน้ำ ระบบน้ำมันร้อน และเตาอุตสาหกรรม เป็นต้น        1. พื้นฐานการใช้พลังงาน          การใช้พลังงานโดยทั่วไปสำหรับสถานประกอบการ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ พลังงานไฟฟ้าและพลังงานกล ที่มีรูปแบบการใช้งาน 2 ด้าน คือ ด้านความดันและด้านความร้อน             1.1  พลังงานไฟฟ้า                  พลังงานไฟฟ้าแบ่งได้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับและไฟฟ้ากระแสตรง หลักการเหมือนกันคือแหล่งจ่ายพลังงานทำหน้าที่จ่ายพลังงานไปยังอุปกรณ์ (Load) เมื่ออุปกรณ์ได้รับพลังงานไฟฟ้าแล้วจะเปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปแบบอื่น ๆ เช่น แสงสว่าง ความร้อน พลังงานกล เป็นต้น                    ดังรูป การใช้พลังงานของวงจรไฟฟ้ากระแสสลับและกระแสตรง   การใช้พลังงานของวงจรไฟฟ้ากระแสสลับและกระแสตรง   การใช้พลังงานของวงจรไฟฟ้ากระแสตรง             1.2  พลังงานกลในรูปของความดัน                  ความดัน (Pressure) ความดันเกจ (gauge pressure) ความดันบรรยากาศ (atmospheric pressure) ความดันสมบูรณ์ (absolute pressure) อัตราการไหล (flow rate) ปริมาณแรงดันที่กระทำตั้งฉากต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ การแสดงค่าความดันมีได้หลายอย่าง เช่น แรงต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ (นิวตันต่อตารางเมตร) ความสูงของแท่งของเหลว (มิลลิเมตรปรอท) หรือ การแสดงค่าโดยเทียบกับความดันบรรยากาศ เป็นต้น              1.3 พลังงานกลในรูปความร้อน                  ในทางอุตสาหกรรมมีการใช้พลังงานที่เปลี่ยนรูปแบบหรือส่งต่อกันไปเพื่อใช้งาน เช่น ระบบไฟฟ้า จ่ายแรงเคลื่อนไฟฟ้า 380 V ให้กับมอเตอร์ และมอเตอร์ขับเคลื่อนปั๊มน้ำสร้างความดันน้ำ 20 บาร์ ขับเคลื่อนน้ำอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ไหลไปยังเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนที่มีอุณหภูมิสูง 35 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดการถ่ายเทความร้อนไปยังน้ำ ทำให้น้ำมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น ซึ่งการตรวจวัดและวิเคราะห์ค่าพลังงานทางไฟฟ้า สามารถใช้อุปกรณ์ชุด Energy Saving Kit เป็นชุดกระเป๋ามิเตอร์วัดและวิเคราะห์ค่าพลังงานทางด้านไฟฟ้า โดยในชุดกระเป๋าจะประกอบไปด้วย           1. KM-07-A-2 Multimiter Function           2. CT 500/5A           3. KM-18 Data Logger           4. RM-012-D Converter RS-485 to USB           5. Software Primus Soft     ข้อมูลอ้างอิง https://ienergyguru.com   สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : http://www.primusthai.com/primus/product?productID=900

Image Alternative text
อุปกรณ์ที่ใช้กับระบบ MODBUS TCP RTU Protocol/MODBUS RS-485 RTU Protocol

PB-Series - เป็นอุปกรณ์ที่ใช้กับระบบ MODBUS TCP RTU Protocol มี Input และ Output ในตัวเดียวกัน - รับ Input ประเภท Photoelectric Sensor, Proximity Switch, Encoder, Thermocouple, RTD, Digital, Analog - Output ประเภท Relay,Open Collertion NPN / PNP - Input ประเภท Digital Input สามารถโปรแกรมให้ทำงานเป็น Counter โดยสามารถเลือกการโปรแกรมได้ 3 Mode คือ Disable,Count Up,Count Down - การทำงานผ่านระบบ MODBUS TCP RTU Protocol - LED แสดงสถานะการทำงานแต่ละ Input และ Output PH-Series - เป็นอุปกรณ์ที่ใช้กับระบบ MODBUS RS-485 RTU Protocol มี Input และ Output ในตัวเดียวกัน - รับ Input ประเภท Photoelectric Sensor, Proximity Switch, Encoder, Thermocouple, RTD, Digital, Analog - Output ประเภท Relay, Open Collection NPN / PNP - Input ประเภท Digital Input สามารถโปรแกรมให้ทำงานเป็น Counter โดยสามารถเลือกการโปรแกรมได้ 3 Mode คือ Disable,Count Up,Count Down - การทำงานผ่านระบบ MODBUS RS-485 RTU Protocol - LED แสดงสถานะการทำงานของแต่ละ Input และ Output สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : http://www.primusthai.com/primus/category?CategoryID=58&page_num=20

Image Alternative text
มาทำความรู้จักกับ Relay Module

มาทำความรู้จักกับ Relay Module          รีเลย์ (Relay) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ตัดต่อวงจรแบบเดียวกับสวิตช์ โดยควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า Relay มีหลายประเภท ตั้งแต่ Relay ขนาดเล็กที่ใช้ในงานอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป จนถึง Relay ขนาดใหญ่ที่ใช้ในงานไฟฟ้าแรงสูง โดยมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันออกไป แต่มีหลักการทำงานที่คล้ายคลึงกัน สำหรับการนำ Relay ไปใช้งาน จะใช้ในการตัดต่อวงจร ทั้งนี้ Relay ยังสามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ วงจรไฟฟ้าของรีเลย์ภายใน Relay จะประกอบไปด้วยขดลวดและหน้าสัมผัส 1. หน้าสัมผัส NC (Normally Close) เป็นหน้าสัมผัสปกติปิด โดยในสภาวะปกติหน้าสัมผัสนี้จะต่อเข้ากับขา COM (Common) และจะลอยหรือไม่สัมผัสกันเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวด 2.  หน้าสัมผัส NO (Normally Open) เป็นหน้าสัมผัสปกติเปิด โดยในสภาวะปกติจะลอยอยู่ ไม่ถูกต่อกับขา COM (Common) แต่จะเชื่อมต่อกันเมื่อมีกระแสไฟไหลผ่านขดลวด 3. ขา COM (Common) เป็นขาที่ถูกใช้งานร่วมกันระหว่าง NC และ NO ขึ้นอยู่กับว่า ขณะนั้นมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดหรือไม่ หน้าสัมผัสใน Relay 1 ตัวอาจมีมากกว่า 1 ชุด ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและลักษณะของงานที่ถูกนำไปใช้ จำนวนหน้าสัมผัสถูกแบ่งออกดังนี้        สวิตช์จะถูกแยกประเภทตามจำนวน Pole และจำนวน Throw ซึ่งจำนวน Pole (SP-Single Pole, DP-Double Pole, 3P-Triple Pole, etc.) จะบอกถึงจำนวนวงจรที่ทำการเปิด-ปิด หรือ จำนวนของขา COM นั่นเอง และจำนวน Throw (ST, DT) จะบอกถึงจำนวนของตัวเลือกของ Pole ตัวอย่างเช่น SPST- Single Pole Single Throw สวิตช์จะสามารถเลือกได้เพียงอย่างเดียวโดยจะเป็นปกติเปิด (NO-Normally Open) หรือปกติปิด (NC-Normally Close) แต่ถ้าเป็น SPDT- Single Pole Double Throw สวิตช์จะมีหนึ่งคู่เป็นปกติเปิด (NO) และอีกหนึ่งคู่เป็นปกติปิดเสมอ (NC)  1. SPST คือ Single Pole Single Throw 2. DPST คือ Double Pole Single Throw 3. SPDT คือ Single Pole Double Throw 4. DPDT คือ Double Pole Double Throw            ดังนั้น เราจะใช้งาน Relay แบบ SPDT (Single Pole Double Throw) หลักการทำงานของ Relay นั้น ในส่วนของขดลวด เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน จะทำให้ขดลวดเกิดการเหนี่ยวนำและทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กไฟฟ้า ส่งผลให้ขา COM ที่เชื่อมต่ออยู่กับหน้าสัมผัส NC (ในสภาวะที่ยังไม่เกิดการเหนี่ยวนำ) ย้ายกลับเชื่อมต่อกับหน้าสัมผัส NO แทน และปล่อยให้ขา NC ลอย เมื่อมองที่ขา NC กับ COM และ NO กับ COM แล้วจะเห็นว่ามีการทำงานติด-ดับลักษณะคล้ายการทำงานของสวิชต์ เราสามารถอาศัยคุณสมบัตินี้ไปประยุกต์ใช้งานได้  เราจะกล่าวถึงวิธีการนำ Relay Module ไปประยุกต์ใช้งานจริง แต่ก่อนอื่นเรามาดูวิธีอ่านคุณสมบัติของ Relay ว่าสามารถรองรับการทำงานที่แรงดันและกระแสไฟฟ้าเท่าไร ใช้แรงดันไฟฟ้าในการทำงานอย่างไรก่อนนะครับ  1. ยี่ห้อ รุ่นของผู้ผลิต (แบรนด์) รวมถึงสัญลักษณ์มาตรฐานต่าง ๆ 2. รายละเอียดของไฟฟ้ากระแสสลับที่รองรับการทำงานได้ (VAC) 3. รายละเอียดของไฟฟ้ากระแสตรงที่รองรับการทำงานได้ (VDC) 4. โมเดลระดับแรงดันฝั่งขดลวด ชนิดและโครงสร้างและข้อมูลด้าน Coil Sensitivity   สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai WEBSITE : http://www.primusthai.com/search?q%5Bsearch%5D=relay+module

Image Alternative text
ทำไมเราต้องมีอุปกรณ์แจ้งเตือนสถานะการทำงานของเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม

ทำไมเราต้องมีอุปกรณ์แจ้งเตือนสถานะการทำงานของเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม      ถ้าใครทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม มักจะพบว่า เครื่องจักรจะมีอาการเสียบ่อย ทำให้ต้องหยุดการทำงานของเครื่องจักร หรือบางโรงงานอาจถึงขั้นต้องหยุดไลน์การผลิต หรือหยุดงานเลยก็ว่าได้ ดังนั้น เราจึงมีอุปกรณ์ประเภท Signal Tower Light ขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการเตือนในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อแจ้งสถานะการทำงานของเครื่องจักร ซึ่งทำให้สามารถทราบปัญหาที่เกิดขึ้นของเครื่องจักรได้ทันท่วงที เพื่อทำการซ่อมบำรุง ลดการสูญเสียเวลาในการผลิต Signal Tower Light อุปกรณ์แจ้งสัญญาณไฟและเสียงเตือนยี่ห้อ PM ดีอย่างไร - ถูกออกแบบมาให้สามารถเลือกสีเลือกจำนวนชั้นที่ต้องการใช้งานได้ โดยมีให้เลือกสูงสุด 5 ชั้น 5 สี Red, Yellow, Green, Blue, White สามารถถอดประกอบและสลับตำแหน่งของสีในแต่ละชั้นด้วยมือได้ตามความต้องการใช้งาน - การให้ความสว่างถูกพัฒนามาเป็นแบบ LED สามารถมองเห็นได้ชัดเจน มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 10,000 ชั่วโมง ทนต่อการสั่นสะเทือนของเครื่องจักร และประหยัดพลังงานได้ - มีขนาดเล็กกะทัดรัดให้เลือกใช้ 60 mm. และ 80 mm. ประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง - เอาท์พุทแบบ Push-Pullชนิด NPN, PNP, Open Collector ทำให้สามารถเลือการต่อใช้งานได้ตามความเหมาะสมของงาน - สัญญาณไฟการแจ้งเตือนมีทั้งแบบติดต่อเนื่องและติดแบบกระพริบให้เลือกใช้ - RS-485 MODBUS RTU Protocol สามารถต่อกับ PLC หรืออื่น ๆ ได้ - ระดับการป้องกัน IP 54 Signal Tower Light ควรเลือกอย่างไร?      หลาย ๆ ท่านคงจะเคยประสบปัญหากับ Signal Tower Light ของเครื่องจักร เช่น หลอดไฟขาดบ่อย,สัญญาณเสียงเตือนดังไม่พอ เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้จะทำให้เกิดความล่าช้าในสายการผลิต และมีผลกระทบโดยตรงต่อกำลังการผลิตด้วย จากเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้ Single Tower Light เป็นอุปกรณ์สำคัญเคียงคู่กับเครื่องจักร ที่จะต้องได้รับการดูแลรักษาให้พร้อมทำงานตลอดเวลา ดังนั้นผู้ใช้งานจึงควรเลือกใช้ Single Tower Light ที่มีคุณภาพและให้มีความเหมาะสมกับงาน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai LINK WEBSITE : http://www.primusthai.com/primus/product?productID=1058

Image Alternative text
มาทำความรู้จักกับ Encoder

มาทำความรู้จักกับ "Encoder"                                           เราสามารถนำเอ็นโค้ดเดอร์นั้นมาประยุกต์ใช้ในงานอุตสาหกรรมได้อย่างหลากหลาย ซึ่งในแต่ละอุตสาหกรรมนั้นก็จะมีเครื่องจักรต่างๆมากมายหลายประเภท เพื่อตอบสนองการทำงานต่างๆนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้งาน โรตารี่ เอ็นโค้ดเดอร์ ที่แตกต่างกันออกไป โดยเราสามารถยกตัวอย่างการประยุกต์ เอ็นโค้ดเดอร์ ของประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้   Light-duty Encoders      เป็นเอ็นโค้ดเดอร์ในแบบมาตรฐานที่มีความนิยมใช้งานในทั่วไป โดยจะมีราคาไม่สูงมากนัก ซึ่งจะเหมาะสำหรับการใช้งานในห้องทดลองหรือในอุตสาหกรรมที่สภาวะแวดล้อมไม่เลวร้ายมาก ใช้เพื่อควบคุมความชื้นฝุ่นและอุณหภูมิ เนื่องจากเอ็นโค้ดเดอร์เหล่านี้จะมีค่า IP ratingที่ค่อนข้างต่ำ โดยตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานของเอ็นโค้ดเดอร์ประเภทนี้นั้นจะได้แก่ กระบวนการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เครื่องพิมพ์ เครื่องติดป้าย เครื่องมือวัดต่าง ๆ เช่น ในการวัดความยาว หรือ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น   Industrial Encoders      สามารถนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีการเพิ่มความทนทานให้กับตัวเอ็นโค้ดเดอร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ IP rating ที่สูงมากขึ้นอีกทั้งยังทนการทนแรงกระแทก และ แรงสั่นสะเทือนที่ได้มากกว่าเอ็นโค้ดเดอร์แบบ Light-duty Encoders โดยส่วนใหญ่จะใช้ในระบบควบคุมตำแหน่งของเซอร์โวมอเตอร์ซึ่งจะมีความเร็วและความเร่งที่สูง ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานเอ็นโค้ดเดอร์ประเภทนี้ ได้แก่ - เครื่องบรรจุภัณฑ์ต่างๆ - อุตสาหกรรมผลิตอาหารและเครื่องดื่ม - การแปรรูปเหล็กและพลาสติก - การแปรรูปไม้และเฟอร์นิเจอร์ - การแปรรูปหินและเซรามิก - อุตสาหกรรมสิ่งทอ - อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมสายพานลำเลียง   สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601 ID LINE : @primusthai LINK : http://www.primusthai.com/primus/product?productID=247

Image Alternative text
วันนี้จะมาทำความรู้จักกับตะกรัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Heater ขาด

วันนี้จะมาทำความรู้จักกับตะกรัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Heater ขาด          ตะกรัน คือ คราบ เมือก เศษตะกอน อาจจะเป็นคราบหินปูนที่เกิดจากสารละลายต่าง ๆ เช่น เกลือแคลเซียม, แมกนีเซียมคาร์บอเนต ซึ่งตะกรันพวกนี้ก็จะไปจับติดกับพื้นผิวและพอกหนาขึ้นเรื่อย ๆ คุณสมบัติอย่างหนึ่งของตะกรันจะคล้ายกับฉนวนกันความร้อน คือกันความร้อนออกเมื่อฮีตเตอร์ทำความร้อน และมีตะกรันเกาะที่ตัวท่อฮีตเตอร์ ฮีตเตอร์ก็จะไม่สามารถระบายความร้อนออกจากตัวมันได้ ฮีตเตอร์ก็จะเผาตัวเองจนท่อระเบิด      วิธีการป้องกันการเกิดตะกรัน           หมั่นดูแลทำความสะอาดบริเวณผิวของสแตนเลสอย่างสม่ำเสมอ     วิธีการยืดอายุการใช้งานของฮีตเตอร์      ฮีตเตอร์ที่ถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสม สามารถมีอายุการใช้งานเป็นปี ๆ แต่บ่อยครั้งที่เราพบปัญหาอายุการใช้งานของฮีตเตอร์ที่สั้นผิดปกติ ปัญหาอาจเกิดขึ้นจากทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ แต่บางครั้งเราสามารถยืดอายุการใช้งานของฮีตเตอร์ได้ เพียงปฏบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ :      1. ใช้งานตามค่ากำหนดของฮีตเตอร์ เช่น การจ่ายไฟให้ฮีตเตอร์ ควรตรงตามค่าแรงดันไฟที่ระบุไว้      2. หากในชุดฮีตเตอร์มีเส้นฮีตเตอร์มากกว่า 1 เส้นขึ้นไป ควรตรวจสอบการต่อขั้วไฟหรือการต่อสะพานไฟของฮีตเตอร์ให้ถูกต้อง การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการต่อสะพานไฟ เช่น เปลี่ยนจากการต่อแบบสตาร์ (Y) เป็นเดลต้า อาจส่งผลให้ชุดฮีตเตอร์ทำงานเกินขีดจำกัดของตัวเองได้      3. ดูแลรักษาขั้วไฟของฮีตเตอร์ให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอ      4. ฮีตเตอร์แต่ละชนิดมีความแตกต่างในสภาวะการใช้งาน เช่น ฮีตเตอร์บางชนิดควรใช้ในอากาศ หรือบางชนิดควรใช้ในของเหลว เพราะฉะนั้นไม่ควรสลับเปลี่ยนสภาวะการใช้งานของฮีตเตอร์      5. ต่อเนื่องจากข้อ 4 หากฮีตเตอร์ทำงานอยู่ในสภาวะใด ควรคงสภาพนั้นให้ต่อเนื่องที่สุด เช่น หากใช้งานในอากาศ ต้องมีลมถ่ายเทออกอยู่ตลอดเวลาหรือใช้งานในของเหลวก็ไม่ควรปล่อยให้ของเหลวแห้งขอด เพราะหลักการทำงานของฮีตเตอร์คือ การนำพาความร้อนจากวัตถุหนึ่งไปสู่อีกวัตถุหนึ่งโดยอาศัยตัวกลาง เช่น น้ำ หรืออากาศ      6. หากมีตัวควบคุมอุณหภูมิ (Thermostat) ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้เป็นปกติ มิฉะนั้นหากตัวควบคุมอุณหภูมิเสีย จะทำให้ฮีตเตอร์ทำงานหนักเกินขีดจำกัด      7. บ่อยครั้งที่ตัวฮีตเตอร์มีคราบสกปรก หรือมีตะกรันเกาะอยู่ ทำให้ความร้อนถ่ายเทออกจากฮีตเตอร์ไม่ดี เมื่อมีความร้อนสะสมที่จุดนั้น อาจทำให้ตัวฮีตเตอร์เสียหาย เช่น มีรอยร้าว แตกปริ ส่งผลให้ลวดความร้อนที่อยู่ภายในขาดในที่สุด      8. หากเป็นฮีตเตอร์ที่ตัวฮีตเตอร์ต้องแนบติดกับชิ้นงานหรือใส่ลงไปในช่องชิ้นงานควรเลือกฮีตเตอร์ให้มีขนาดเหมาะสม และแนบกับชิ้นงานให้ได้มากที่สุด โดยทั่วไปแล้วความร้อนจะถ่ายเทได้ดีที่สุดกับของแข็ง ตามด้วยของเหลวและอากาศ หากมีช่องว่างระหว่างฮีตเตอร์กับชิ้นงานมากเกินไปจะทำให้ประสิทธิภาพของการถ่ายเทความร้อนลดลง   สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601  ID LINE : @primusthai WEBSITE : http://www.primusthai.com/primus/category?CategoryID=20&page_num=20

Image Alternative text
การเลือกวิธีการสตาร์ทมอเตอร์ให้ถูกต้อง

การเลือกวิธีการสตาร์ทมอเตอร์ให้ถูกต้อง      การเริ่มสตาร์ทมอเตอร์นั้น โดยธรรมชาติแล้วขณะที่มอเตอร์หยุดนิ่งมันจะใช้กระแสจำนวนมากในการที่จะต้องเอาชนะแรงเฉื่อย ซึ่งทำให้อาจเกิดผลกระทบต่อแหล่งจ่ายไฟฟ้า และสร้างความเสียหายต่อตัวมอเตอร์เองหรือโหลดต่างๆ ที่ต่ออยู่ในระบบ ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบไฟฟ้าในขณะที่มีการสตาร์ทมอเตอร์เกิดขึ้น เราจำเป็นต้องเลือกใช้วิธีการสตาร์ทมอเตอร์ให้เหมาะสม มาดูกันว่าการสตาร์ทมอเตอร์ที่ว่านี้ มีแบบไหนบ้างและต่างกันอย่างไร แบบที่ 1.การสตาร์ทมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง หลักการเบื้องต้นของการลดกระแสสตาร์ทของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ทำได้โดยนำความต้านทานมาต่ออนุกรมกับขดลวดอาเมเจอร์ เพื่อช่วยลดปริมาณกระแสที่ไหลผ่านในขดลวดอาเมเจอร์ เมื่อมอเตอร์หมุนไปแล้วก็จะค่อยๆลดค่าความต้านทานลงทีละน้อย จนปลดความต้านทานนี้ออกไปจากขดลวดอาเมเจอร์ในที่สุด แบบที่ 2.การสตาร์ทมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ แบ่งเป็น 2.1 การสตาร์ทมอเตอร์โดยตรง (Direct on Line Starter) เป็นการสตาร์ทด้วยการใช้แรงดันเต็มพิกัด นิยมใช้ในการสตาร์ทมอเตอร์ขนาดเล็ก โดยที่มอเตอร์จะถูกต่อผ่านอุปกรณ์ต่างๆ เช่น สวิตซ์ คอนแทคเตอร์ เบรกเกอร์ เป็นต้น โดยใช้แรงดันพิกัดทันทีทันใด ทำให้กระแสที่เกิดขึ้นมีค่าประมาณ 6 – 8 เท่าของกระแสพิกัด 2.2 การสตาร์ทมอเตอร์โดยใช้หม้อแปลงอัตโนมัติ (Auto-Transformer Starter ) เป็นวิธีการสตาร์ทมอเตอร์โดยการใช้หม้อแปลงออโต้ที่มีขดลวดหลายชุดที่สามารถเปลี่ยนแท็ปแรงดันได้หลายระดับ เช่น 55%, 65%, หรือ 80% ของแรงดันพิกัด โดยจะรักษาระดับแรงดันในช่วงที่มอเตอร์มีความเร็วรอบเพิ่มขึ้น จนกว่าจะมีคำสั่งให้สับมอเตอร์แต่ละระดับเข้าเป็นลำดับ จนกระทั่งเข้าสู่ระดับแรงดันเต็มพิกัด 2.3 การสตาร์ทมอเตอร์แบบสตาร์-เดลต้า (Start-Delta Starter) เป็นวิธีการสตาร์ทมอเตอร์ที่นิยมใช้กันมาก เนื่องจากทำได้ง่ายและเหมาะที่จะใช้กับมอเตอร์เหนี่ยวนำ โดยมีหลักการทำงาน คือ ขณะที่ทำการสตาร์ทมอเตอร์จะทำการต่อแบบสตาร์ ซึ่งช่วยลดกระแสขณะสตาร์ทได้ และเมื่อมอเตอร์เริ่มหมุนไปได้ระยะหนึ่งก็จะทำการต่อแบบเดลต้า 2.4 การสตาร์ทมอเตอร์แบบซอฟท์สตาร์ทเตอร์ (Electronic Soft Starter) วิธีนี้มีหลักการ คือ ใช้วงจรอิเล็คทรอนิคส์กำลังในการตัดต่อกระแสไฟฟ้าที่เข้าไปยังขดลวดมอเตอร์ โดยการปรับเพิ่มแรงดันที่จ่ายให้กับมอเตอร์อย่างช้าๆและนิ่มนวลจนถึงระดับแรงดันพิกัด ทำให้สามารถป้องกันกระแสอินรัชที่มีค่าสูงและป้องกันแรงกระแทกที่มีผลต่ออุปกรณ์ทางกลของมอเตอร์ นอกจากนี้ยังมีความแม่นยำ ความหลากหลาย และประสิทธิภาพในการป้องมอเตอร์สูงอีกด้วย      จากหลักการการสตาร์ทมอเตอร์ที่แตกต่างกัน หากเราเลือกใช้วิธีการสตาร์ทมอเตอร์ได้อย่างเหมาะสม เราก็สามารถหมดกังวลในเรื่องของผลกระทบต่อแหล่งจ่ายไฟได้แน่นอน      ทางบริษัท ไพรมัส จำกัด มีอุปกรณ์สำหรับช่วยให้มอเตอร์ออกตัวไม่กระชากและเริ่มหมุนที่รอบต่ำ Model PI-Seriesโดยสามารถปรับ Torque ได้ ทำให้ออกตัวได้ในขณะมี Load , ช่วยลดกระแสช่วง Start ได้ โดยสามารถใช้กับมอเตอร์ 3 เฟส, 380-400VAC, 0.18-7.5 kW. มี Soft Start and Soft Stop Function มีขนาดเล็กกะทัดรัด ติตดั้งแบบ DINRIAL การทำงาน      PI-SERIES เป็น Soft Start and Soft Stop Motor ที่ช่วยให้มอเตอร์แบบ 3 เฟส ออกตัวโดยไม่มีการกระชากและลดกระแสในช่วง Start โดยสามารถตั้ง Ramp-Up และ Ramp-Down ได้ตั้งแต่ 1-10 Second ทำให้มอเตอร์สามารถออกตัวได้ตั้งแต่หยุดนิ่งถึง Normal Speed ในเวลาที่กำหนด และยังตั้ง Torque ได้ตั้งแต่ 0-100% ทำ ให้สามารถ Start Motor ได้ในขณะที่มี Load จึงเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์สำ หรับใช้ในงานประเภท 3-Phase Motor เนื่องจากทำหน้าที่ทั้ง Soft Start and Soft Stop และยังเป็น Electronic Contactor ด้วย คือ ทำหน้าที่แทน Magnetic Contactor ในวงจรได้      PI-SERIES มี LED สีแดงและ LED สีเขียว แสดงสถานะการทำ งานโดยเมื่อจ่ายไฟให้กับ PI-SERIES LED สีเขียวจะติดค้าง และเมื่อกด Switch ON Motor จะเริ่มหมุนแบบ Soft Start ตามเวลาที่ตั้งค่าไว้จาก และเมื่อครบเวลาที่ตั้งไว้ LED สีแดงจะติดค้าง Motor จะหมุนด้วยความเร็วปกติ (Normal Speed) และเมื่อกด Switch OFF Motor จะหยุดหมุนแบบ Soft Stop จนกระทั่ง Motor หยุดหมุน และ LED สีแดงจะดับ      PI-SERIES มีประโยชน์ในการลดการสึกหรอของ Machanical Part ที่ติดตั้งกับ Motor เนื่องจากมีการ Start ที่นุ่มนวล และเหมาะสำ หรับงาน Conveyor Belts หรือ Crane ที่ลดปัญหากับชิ้นงาน หรือ Load ไม่ให้เสียหาย อันเนื่องจากการกระชากของ Motor ในช่วง Start   สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE : 090-197-9601  ID LINE   : @primusthai LINK       : http://www.primusthai.com/primus/product?productID=1030 อ้างอิง http://www.engineerfriend.com/2011/articles/

Image Alternative text
วิธีการยืดอายุการใช้งานตู้แช่ให้ยาวนานขึ้น ด้วยวิธีง่าย ๆ

วิธีการยืดอายุการใช้งานตู้แช่ให้ยาวนานขึ้น ด้วยวิธีง่าย ๆ          ในปัจจุบันโลกของเรามีอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในประเทศไทยอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศอยู่ประมาณ 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ประชาชนต้องหาวิธีคลายร้อนด้วยวิธีต่าง ๆ      โดยผู้ประกอบธุรกิจ SME ได้มองเห็นถึงโอกาสในการทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น อาทิ ร้านกาแฟ, ร้านไอศกรีม, บิงซู เป็นต้น ซึ่งในการประกอบธุรกิจดังกล่าวจำเป็นต้องมีตู้แช่สำหรับรักษาอุณหภูมิของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อให้ลูกค้าได้รับประทานอาหารที่สดใหม่, เย็นสดชื่น เป็นการคลายร้อน รับมือกับอากาศที่อบอ้าว      ดังนั้น สำหรับเจ้าของธุรกิจที่มีเครื่องทำความเย็น, ตู้แช่ ทางบริษัท ไพรมัส จำกัด มีวิธีการรักษาเครื่องทำความเย็น, ตู้แช่ ให้มีอายุการทำงานที่ยาวนานขึ้น โดย   วิธีการแช่สินค้าหรือเครื่องดื่ม      1. นําสินค้าหรือเครื่องดื่มที่ต้องการแช่เข้าแช่ภายในตู้เย็น      2. อย่าวางสินค้าหรือเครื่องดื่มปิดกั้นช่องดูดอากาศและช่องปล่อยอากาศ เพราะจะทําให้ประสิทธิภาพในการ  ถ่ายเทของตู้แช่ลดลง      3. วางสินค้าหรือเครื่องดื่มให้พอดีกับชั้นวางของ   ข้อแนะนําในการยืดอายุการใช้งานของตู้แช่และเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน      1. ห้ามตั้งตู้แช่ใกล้แหล่งความร้อน การตั้งตู้แช่ใกล้เตาไฟ หรือถูกแสงแดดส่องถึงจะทําให้ตู้แช่ทํางานอย่างหนัก      2. ควรตั้งตู้แช่ในอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ควรตั้งตู้แช่ในที่อับชื้น ตําแหน่งที่ตั้งตู้แช่ควรมีระยะห่างจากเพดานประมาณ30 ซม.ด้านข้าง 3 ซม. ด้านหลังควรห่างจากผนัง 10 ซม. เพื่อความสะดวกในการปิดเปิดตู้และระบายอากาศ      3. ระมัดระวังอย่าให้สายไฟชํารุด ในการติดตั้งตู้แช่ควรตรวจสอบสายไฟว่าชํารุดหรือไม่ ซึ่งอาจมีผลมาจากการวางตัวตู้ทับสายไฟ หรือสายไฟถูกปาดขณะติดตั้งถ้าพบว่าสายไฟเกิดชํารุด ต้องแจ้งให้ช่างเปลี่ยนโดยด่วน      4. อย่าเสียบปลั๊กตู้แช่ร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ปลั๊กของตู้แช่ควรแยกออกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ และควรมีอุปกรณ์ตัดกระแสไฟฟ้าป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรไว้ด้วย      5.เลือกใช้อุณหภูมิให้เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อประหยัดพลังงาน      6. ห้ามใช้น้ําราดภายในตู้แช่โดยเด็ดขาด เพราะจะทําให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วจากระบบไฟฟ้าได้        ปัจจุบันทางบริษัท ไพรมัส จำกัด ได้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับเครื่องรักษาอุณหภูมิและแสดงผลแบบดิจิตอลสำหรับตู้แช่หรือเครื่องทำความเย็น Model DEF-01-Series โดยรับอินพุทประเภท Thermistor NTC หรือ PTC(แถมฟรีเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิประเภท NTC 6x50 mm. สายยาว 1 เมตร 10K) ย่านการวัดแสดงผล -40 ถึง 130 องศาเซลเซียส โดยผลิตด้วยฝีมือคนไทย และมีทีมวิศวกรให้คำปรึกษาการใช้งานฟรี   หากสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม HOTLINE  : 090-197-9601  ID LINE    : @primusthai    

Image Alternative text
ทำไมโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ต้องติดตั้งแอร์สำหรับรักษาอุณหภูมิในตู้คอนโทรล?

ทำไมโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ต้องติดตั้งแอร์สำหรับรักษาอุณหภูมิในตู้คอนโทรล?      เนื่องจากปัจจุบันโลกของเรามีอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศใกล้พื้นผิวโลกและน้ำในมหาสมุทร เฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลของความร้อนที่เพิ่มขึ้นเกิดจากผลกระทบต่างๆ อาทิ การปล่อยแก๊สเรือนกระจก, การตัดไม้ทำลายป่า เป็นต้น      ซึ่งผลกระทบของอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ หามาตรการนำเครื่องมือมาช่วยรักษาอุณหภูมิภายในตู้คอนโทรล เพื่อให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ภายในตู้ และเครื่องจักรทำงานได้มีประสิทธิภาพ และยาวนานขึ้น      ดังนั้น แอร์รักษาอุณหภูมิภายในตู้คอนโทรล Model PE-Series ยี่ห้อ PM จึงเป็นทางเลือกสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและยืดอายุการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร โดย PE-Series มีขนาด BTU ให้เลือกตั้งแต่ 1000BTU, 2700BTU, 4000BTU, 7000BTU และ 13000BTU โครงสร้างถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมอาหาร(โครงสร้าง Stainless SUS) และโครงสร้างมาตรฐาน(เหล็กขึ้นรูปป้องกันสนิม) มีระบบป้องกันน้ำล้น, ท่อต้น, และคอมเพรสเซอร์เสียหาย อีกทั้งสามารถเลือกลักษณะการติดตั้งแบบติดตั้งด้านข้างตู้และบนหลังคาตู้      ซึ่งการระบายความร้อนให้กับตู้คอนโทรลด้วยวิธีนี้ เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด เมื่อเทียบกับการระบายความร้อนในรูปแบบอื่นๆ เพราะมีคุณสมบัติในการระบายความร้อน และสามารถป้องกันปัญหาเรื่องความชื้น และเศษสิ่งสกปรกได้อย่างดีเยี่ยม ระบบการทำงานจะเป็นระบบปิด โดยจะมีระบบทำความเย็นภายในตัวเครื่องส่งลมเย็นเข้าไปภายในตู้คอนโทรล เพื่อระบายความร้อนและความร้อนส่วนนั้นจะถูกดึงกลับเข้าสู่ช่องรับลมกลับเพื่อระบายออกสู่ภายนอก  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ HOTLINE : 085-347-7599 ID-LINE : @primusthai รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.primusthai.com/primus/category?CategoryID=10&page_num=20